Bearish Engulfing คืออะไร รูปแบบการเทรด วิธีการเทรดจุดเข้าออก

IUX Markets Bonus

Contents

Bearish Engulfing คืออะไร

1 Bearish Engulfing คืออะไร

Bearish Engulfing เป็นรูปแบบของกราฟแท่งเทียนที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาดทางการเงิน เป็นรูปแบบหนึ่งที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคาจากการเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดกำลังเคลื่อนที่ในแนวขาลง (downtrend) โดยคำว่า “engulfing” หมายถึงการที่แท่งเทียนสีแดง “กลืน” แท่งเทียนสีเขียวทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าแท่งเทียนสีแดงครอบคลุมและกินแท่งเทียนสีเขียวทั้งหมดอย่างสมบูรณ์

Bearish Engulfing ประกอบด้วยแท่งเทียนสองแท่ง แท่งแรกเป็นแท่งเทียนสีเขียว (กำลังขึ้น) และแท่งที่สองเป็นแท่งเทียนสีแดง (กำลังลง) แท่งเทียนสีแดงจะครอบคลุมแท่งเทียนสีเขียวทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ของมัน นั่นหมายความว่าราคาขึ้นมากในแท่งก่อนหน้านี้กลายเป็นการลดลงและมีโอกาสที่ราคาจะต่อเนื่องในแนวลงต่อไป

การเกิด Bearish Engulfing เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าความคาดหมายของตลาดเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากเกิดแนวโน้มขาขึ้นอย่างสั้น ๆ หรือจากการสร้างความกังวลให้กับผู้ซื้อ โดยอาจส่งผลให้ตลาดและราคาลดลงต่อไป ซึ่งการใช้งาน Bearish Engulfing ในการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนนั้น ควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างแท่งขาขึ้นและแท่งขาลง โดยการคำนวณระยะเวลา ระยะห่าง และปริมาณการซื้อขายของแต่ละแท่ง นอกจากนี้ยังควรพิจารณาเทคนิคและตัวชี้วัดอื่น ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของสัญญาณ Bearish Engulfing และ ควรใช้ข้อมูลเพิ่มเติมเช่นแผนภูมิราคารวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะตลาดทั่วไป และคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อการซื้อขายของหลักทรัพย์

รูปแบบการเทรด Bearish Engulfing pattern

Bearish Engulfing เป็นรูปแบบของกราฟแท่งเทียนที่ชี้ว่าตลาดกำลังเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนลงและแสดงถึงแรงขายที่เข้มงวดขึ้นในตลาด โดยการใช้งาน Bearish Engulfing ควรพิจารณาในส่วนอื่นๆ ของการวิเคราะห์เช่นแนวรับและแนวต้าน ตัวชี้วัดเทคนิคอื่น ๆ และข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสัญญาณ ซึ่ง Bearish Engulfing เป็นรูปแบบของกราฟแท่งเทียนที่แสดงถึงแนวโน้มขาลงของตลาด มีลักษณะดังนี้

แท่งแรก (Bullish Candle)

แท่งแรก (Bullish Candle) เป็นส่วนสำคัญของ Bearish Engulfing pattern เนื่องจากแท่งแรกจะเป็นแรงซื้อที่สร้างพื้นฐานให้แท่งที่สองของ Bearish Engulfing pattern สามารถกินแท่งแรกได้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงขายกำลังกดดันราคาลงและตลาดอาจเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนลงต่อไปลักษณะของแท่งแรก (Bullish Candle) อาจมีลักษณะดังนี้

  1. ขนาด: แท่งแรกมักจะมีขนาดใหญ่กว่าแท่งที่ตามมา แสดงถึงแรงซื้อที่เข้มงวดและการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นบวก
  2. สี: แท่งแรกสามารถมีสีเขียวหรือสีอื่นที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวขาขึ้นในตลาด สีเขียวแทนความเป็นบวกและการซื้อขายที่เข้มงวดขึ้น
  3. ตำแหน่ง: แท่งแรกอาจอยู่ในตำแหน่งที่สูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นหรือใกล้เคียง
  4. แนวรับและแนวต้าน: แท่งแรกอาจเกิดขึ้นในบริเวณแนวรับ (support) หรือก่อนการขาขึ้นและสร้างแนวต้าน (resistance) ในกรณีที่มีแนวรับและแนวต้านที่สำคัญในตลาด

แท่งที่สอง (Bearish Candle)

 YWO Promotion

แท่งที่สอง (Bearish Candle) เป็นส่วนสำคัญของ Bearish Engulfing pattern เนื่องจากแท่งนี้กินแท่งแรก และแสดงถึงแรงขายที่เข้มงวด ซึ่งสัญญาณ Bearish Engulfing pattern จะเป็นข้อยืนยันว่าตลาดกำลังเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนลงและมีแนวโน้มขาลง โดยใน Bearish Engulfing pattern และมีลักษณะดังนี้

  1. ขนาด: แท่งที่สองมักจะมีขนาดใหญ่กว่าแท่งแรก ซึ่งแสดงถึงแรงขายที่เข้มงวดและการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นลบ
  2. สี: แท่งที่สองสามารถมีสีแดงหรือสีอื่นที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวขาลงในตลาด สีแดงแทนความเป็นลบและการขายที่เข้มงวดขึ้น
  3. การกินแท่งแรก: แท่งที่สองจะกินแท่งแรกเป็นส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด แสดงถึงการควบคุมของผู้ขายและการลดลงของราคา
  4. ตำแหน่ง: แท่งที่สองอาจอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำสุดของแนวโน้มขาขึ้นหรือใกล้เคียง

แรงขายที่เข้มงวด

แรงขายที่เข้มงวด (Intense Selling Pressure) ในกรณีของ Bearish Engulfing pattern หมายถึงแรงขายที่มีความเข้มงวดมากขึ้นเมื่อเทียบกับแรงซื้อในตลาด นั่นหมายความว่าผู้ขายมีความเชื่อมั่นและกำลังขายในปริมาณที่มากกว่าผู้ซื้อที่มีการซื้อเข้ามาในตลาดในระยะเวลานั้น ๆแรงขายที่เข้มงวดสามารถแสดงให้เห็นได้จากลักษณะของแท่งที่สอง (Bearish Candle) ใน Bearish Engulfing pattern ที่มีลักษณะขนาดแท่งที่สองมักจะมีขนาดใหญ่กว่าแท่งแรก โดย แท่งที่สองจะกินแท่งแรกเป็นส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด แสดงถึงการควบคุมของผู้ขายและการลดลงของราคา

การเปลี่ยนแนวโน้ม

Bearish Engulfing pattern เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าคาดหมายของตลาดเปลี่ยนจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวโน้มขาลง ดังนั้น การเปลี่ยนแนวโน้มเป็นแนวโน้มขาลงเป็นผลที่สำคัญของ Bearish Engulfing pattern เมื่อเกิด Bearish Engulfing pattern และแรงขายที่เข้มงวดมากขึ้น อาจเกิดการเปลี่ยนแนวโน้มของตลาดได้ ความน่าจะเป็นที่ตลาดจะเคลื่อนลงอย่างต่อเนื่องจากนั้นมีโอกาสสูงกว่าตลาดจะเริ่มต้นแนวโน้มขาลงใหม่การเปลี่ยนแนวโน้มสามารถเกิดขึ้นหลัง Bearish Engulfing pattern และการยืนยันเพิ่มเติมจากสัญญาณอื่น ๆ อาทิเช่น

การบริเวณสนับสนุน: หากราคาขาดลงอย่างต่อเนื่องและลงต่ำกว่าระดับสนับสนุนที่สำคัญ อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเปลี่ยนแนวโน้มขาขึ้นเป็นขาลง

การลากเส้นแนวต้าน: หากเส้นแนวต้านที่สำคัญถูกบุกเบิกและราคาลดลงกลับเข้าสู่แนวต้านนั้น อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลง

ตัวชี้วัดเทคนิคเพิ่มเติม: การใช้ตัวชี้วัดเทคนิคอื่น ๆ เช่น MACD, RSI, หรือ Stochastic Oscillator สามารถช่วยในการยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มได้

กลยุทธ์การซื้อขายโดย Bearish Engulfing pattern

การเทรดด้วย Bearish Engulfing pattern สามารถทำได้โดยระบุจุดเข้าทำการขาย (short entry point) หลังเกิดรูปแบบนี้ โดยใช้ระดับหยุดขาดทุน (stop loss) และระดับเป้าหมายกำไร (take profit) ที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยงในการซื้อขายการเทรด Bearish Engulfing pattern สามารถนำเข้ามาใช้ในกลยุทธ์การซื้อขายได้ดังนี้

ตรวจสอบแนวโน้ม

การตรวจสอบแนวโน้มในตลาดมีความสำคัญสำหรับการใช้ Bearish Engulfing pattern เพื่อตัดสินใจซื้อขาย ควรตรวจสอบว่าตลาดเป็นแนวโน้มขาลงหรือไม่ การตรวจสอบนี้จะช่วยให้เข้าใจทิศทางของตลาดและใช้ Bearish Engulfing pattern ในทิศทางขาลงของตลาด แนวโน้ม (Trend) ในการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนหมายถึงทิศทางหรือแนวโน้มของราคาในช่วงเวลาที่กำลังสำรวจ แนวโน้มสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก คือ

  1. แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend): แสดงถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นบวกในระยะยาว แนวโน้มขาขึ้นจะมีแท่งเทียนบวกที่ต่อเนื่องกันเพิ่มขึ้น โดยมีแนวรับ (support) ที่เคลื่อนไหวขึ้นตามไปด้วย
  2. แนวโน้มขาลง (Downtrend): แสดงถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นลบในระยะยาว แนวโน้มขาลงจะมีแท่งเทียนลบที่ต่อเนื่องกันเพิ่มขึ้น โดยมีแนวต้าน (resistance) ที่เคลื่อนไหวลงตามไปด้วย
  3. แนวโน้มแบบแฟลต (Sideways or Range-bound): แสดงถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นแนวราบหรือแนวข้าง ในแนวโน้มแบบนี้ ราคามีความไม่แน่นอนและเคลื่อนที่ภายในช่วงระหว่างระดับการสนับสนุนและการต้านทาน

ระบุ Bearish Engulfing pattern

ค้นหากราฟแท่งเทียนที่ตรงกับ Bearish Engulfing pattern ที่เป็นรูปแบบของกราฟแท่งเทียนที่สื่อถึงแนวโน้มการเคลื่อนลงของราคาในตลาด โดยประกอบด้วยแท่งแรกที่เป็นแท่งขาขึ้น (bullish candle) และแท่งที่สองที่เป็นแท่งขาลง (bearish candle) โดยแท่งขาลงจะมีขนาดใหญ่กว่าแท่งขาขึ้นและกินแท่งขาขึ้นเป็นส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด โดยนักเทรดสามารถใช้ Bearish Engulfing pattern เพื่อระบุจุดเข้าทำการขาย (short entry point) โดยสามารถกำหนดระดับหยุดขาดทุน (stop loss) และระดับเป้าหมายกำไร (take profit) ในการจัดการความเสี่ยงและกำไรในการเทรดแบบนี้ได้

ตัดสินใจซื้อขาย

เมื่อพบ Bearish Engulfing pattern และแรงขายที่เข้มงวดมาก คุณสามารถระบุจุดเข้าทำการขาย (short entry point) ได้โดยทันทีหรือรอรับการยืนยันเพิ่มเติมจากสัญญาณอื่น ๆ เช่นการแบ่งเท่า (divergence) หรือการช่วยสัญญาณจากตัวชี้วัดเทคนิคอื่น ๆเมื่อพบ Bearish Engulfing pattern และแรงขายที่เข้มงวดมาก คุณสามารถตัดสินใจซื้อขายได้ตามขั้นตอนดังนี้

  • การระบุสัญญาณ: ตรวจสอบและระบุ Bearish Engulfing pattern ในกราฟแท่งเทียน โดยแนะนำให้แท่งแรกเป็นแท่งขาขึ้น (bullish candle) และแท่งที่สองเป็นแท่งขาลง (bearish candle) โดยแท่งขาลงจะมีขนาดใหญ่กว่าแท่งขาขึ้นและกินแท่งขาขึ้นเป็นส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด
  • การเตรียมพร้อมทางเทคนิค: ควรใช้เครื่องมือการวิเคราะห์เทคนิคเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสัญญาณขาย อาทิเช่น การเชื่อมต่อเส้นแนวต้าน (trendline), การใช้ตัวชี้วัดเทคนิคอื่น ๆ เช่น ค่า MACD, RSI, หรือ Stochastic Oscillator
  • การกำหนดระดับหยุดขาดทุน: กำหนดระดับหยุดขาดทุน (stop loss) ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อจำกัดความเสี่ยงในกรณีที่ตลาดเคลื่อนที่ตรงข้ามกับสัญญาณที่คาดหวัง ระดับหยุดขาดทุนสามารถกำหนดโดยใช้วิธีการเทคนิค เช่น การกำหนดระดับสูงสุดของแท่งเทียน Bearish Engulfing pattern หรือระดับที่ถูกต้องตามเส้นระดับการสนับสนุนและการต้านทาน
  • การกำหนดระดับเป้าหมายกำไร: กำหนดระดับเป้าหมายกำไร (take profit) ในตำแหน่งที่คาดหวังว่าราคาจะถึงเมื่อตลาดเคลื่อนลงตามแนวโน้มขาลง ระดับเป้าหมายกำไรสามารถกำหนดโดยใช้วิธีการเทคนิค เช่น การกำหนดระดับต่ำสุดของแท่งเทียนที่อยู่ใกล้ที่สุดของ Bearish Engulfing pattern หรือระดับที่ถูกต้องตามเส้นระดับการสนับสนุนและการต้านทาน

ระดับหยุดขาดทุน (Stop Loss)

ระดับหยุดขาดทุน (Stop Loss) เป็นระดับราคาที่คุณกำหนดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการซื้อขาย หากราคาข้ามระดับหยุดขาดทุนที่คุณกำหนด จะถือว่าสัญญาณการซื้อขายของคุณไม่ถูกต้องและคุณจะทำการออกจากตลาดเพื่อลดการสูญเสียที่เพิ่มขึ้นในกรณีของ Bearish Engulfing pattern คุณสามารถกำหนดระดับหยุดขาดทุนโดยใช้วิธีการเทคนิคต่อไปนี้

  • ระดับสูงสุดของแท่งเทียน Bearish Engulfing: ในกรณี Bearish Engulfing pattern, คุณสามารถกำหนดระดับหยุดขาดทุนได้ที่ระดับสูงสุดของแท่งเทียน Bearish Engulfing หรือใกล้เคียงมากที่สุด โดยหากราคาข้ามระดับนี้ คุณจะออกจากตลาดเพื่อลดการสูญเสียเมื่อราคาเพิ่มขึ้น
  • ระดับตามเส้นระดับการสนับสนุนและการต้านทาน: คุณสามารถกำหนดระดับหยุดขาดทุนในตำแหน่งที่ถูกต้องตามเส้นระดับการสนับสนุนและการต้านทานที่สำคัญ ซึ่งเป็นระดับที่ราคามักจะหยุดเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว

ระดับเป้าหมายกำไร (Take Profit)

ระดับเป้าหมายกำไร (Take Profit) เป็นระดับที่กำหนดไว้เพื่อให้สามารถทำกำไรจากการซื้อขายได้ โดยเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับนี้ คุณสามารถปิดการซื้อขายเพื่อบันทึกกำไรที่ได้รับโดยในกรณีของ Bearish Engulfing pattern คุณสามารถกำหนดระดับเป้าหมายกำไรโดยใช้วิธีการต่อไปนี้

  • ระดับต่ำสุดของแท่งเทียนที่อยู่ใกล้ที่สุดของ Bearish Engulfing: คุณสามารถกำหนดระดับเป้าหมายกำไรในระดับต่ำสุดของแท่งเทียนที่อยู่ใกล้ที่สุดของ Bearish Engulfing นี้ โดยคาดหวังว่าราคาจะไปถึงระดับนี้ก่อนที่จะเคลื่อนลงต่อไป
  • ระดับการสนับสนุนและการต้านทาน: คุณสามารถกำหนดระดับเป้าหมายกำไรใกล้กับระดับการสนับสนุนหรือการต้านทานที่สำคัญ ในกรณีที่ราคาเคลื่อนที่ลงมายังระดับนี้ อาจเป็นสัญญาณว่า Bearish Engulfing pattern อาจจะสมบูรณ์แล้ว

วิธีการเทรดจุดเข้าออก

การเทรดจุดเข้า-ออก หรือ entry-exit points ในการเทรดหุ้น หรือตลาดทางการเงิน นั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยไม่มีวิธีที่แน่นอนที่จะสามารถบอกได้ว่าจุดเข้า-ออกที่แม่นยำสูงสุดจะอยู่ที่ไหน แต่นี่คือหลักการที่คุณสามารถพิจารณาในการเทรด

  1. การวิเคราะห์เทคนิค (Technical Analysis): ใช้กราฟและตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น แนวรับ-แนวต้าน (support and resistance), แบบรูปแท่งเทียน (candlestick patterns), ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving averages), และตัวชี้วัดอื่น ๆ เพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุดในการเข้า-ออกจากตลาด การวิเคราะห์เทคนิคสามารถช่วยให้คุณรับรู้แนวโน้มราคาและความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้
  2. การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis): การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ข่าวสารธุรกิจ ข้อมูลการเงิน และปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถมีผลต่อราคาหุ้นหรือตลาดทางการเงิน เพื่อหาโอกาสในการเข้า-ออกจากตลาด
  3. การจัดการความเสี่ยง (Risk Management): สร้างกฎเกณฑ์การจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน เช่น การกำหนดระดับของการขาดทุน (stop-loss) และระดับของการกำไรที่ต้องการ (take-profit) เพื่อลดความเสี่ยงในการเทรด
  4. การระบุจุดเข้า-ออกกำไร: กำหนดกฎเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจนในการกำหนดจุดเข้า-ออก เช่น การใช้ตัวชี้วัดเทคนิค แบบรูปแท่งเทียน หรือรูปแบบการกระจายราคา เพื่อให้คุณสามารถกำหนดจุดเข้า-ออกกำไรได้อย่างชัดเจน
  5. การศึกษาและการทดลอง: เรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองและผู้เทรดมืออาชีพ ศึกษาวิธีการและกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณเอง ทดลองเทรดบนบัญชีทดลอง (demo account) เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์และความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มลงทุนจริง

จุดเข้า-ออกของการเทรดขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และวิธีการที่คุณใช้ ควรทำการวิเคราะห์และทดสอบกลยุทธ์ของคุณในบัญชีทดลองก่อนที่จะเริ่มเทรดในบัญชีจริง วิธีการเทรดจุดเข้า-ออก เป็นกระบวนการที่ผู้เทรดใช้เพื่อเปิดที่เทรด (entry) และปิดที่เทรด (exit) ในตลาดทางการเงิน การเทรดจุดเข้า-ออกอาจใช้หลายวิธีและกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน ต่อไปนี้คือสองวิธีการเทรดที่ได้รับความนิยม

การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Trading)

วิธีการนี้ใช้การวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดเพื่อเปิดที่เทรดในทิศทางของแนวโน้ม คุณสามารถใช้ตัวชี้วัดเทคนิคเช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) หรือเส้นแนวโน้ม (Trendlines) เพื่อระบุจุดเข้า-ออกที่มีโอกาสต่อเนื่องกับแนวโน้มตลาด

  • จุดเข้า: เมื่อตลาดอยู่ในแนวโน้มขึ้น คุณสามารถเปิดที่เทรด (entry) โดยซื้อหรือเปิดตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อราคาย้อนกลับและเกิดการยืนยันแนวโน้มขึ้น
  • จุดออก: คุณสามารถปิดที่เทรด (exit) โดยขายหรือปิดตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อแนวโน้มเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือเกิดสัญญาณที่ชี้ว่าตลาดกำลังย้อนกลับ

การเทรดแบบการเปลี่ยนแนวโน้ม (Counter-Trend Trading)

วิธีนี้เน้นการเปิดที่เทรดในทิศทางที่ตรงข้ามกับแนวโน้มหลักของตลาด เช่นเมื่อตลาดอยู่ในแนวโน้มลดลง คุณสามารถเปิดที่เทรดโดยซื้อหรือเปิดตำแหน่งเมื่อราคาต่ำสุดและมีสัญญาณการย้อนกลับ

  • จุดเข้า: เมื่อตลาดกำลังเปลี่ยนแนวโน้มหรือมีสัญญาณการย้อนกลับ เช่น ราคาตัวหลักทำแนวต้านหรือรับกลับ คุณสามารถเปิดที่เทรด (entry) โดยซื้อหรือเปิดตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อราคาแกว่งไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับแนวโน้มหลัก
  • จุดออก: คุณสามารถปิดที่เทรด (exit) โดยขายหรือปิดตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อตลาดกำลังเข้าสู่แนวโน้มหลักอีกครั้งหรือเกิดสัญญาณการย้อนกลับ

การเทรดทางเทคนิค (Technical Trading)

วิธีนี้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลราคาและตัวชี้วัดทางเทคนิคเพื่อระบุจุดเข้า-ออกในตลาด คุณสามารถใช้แบบรูปแท่งเทียน (Candlestick Patterns)แนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance)และตัวชี้วัดอื่น ๆ เพื่อระบุสัญญาณซื้อหรือขายที่เหมาะสม

  • จุดเข้า: เมื่อตัวชี้วัดหรือแบบรูปแท่งเทียนชี้ให้เห็นสัญญาณซื้อหรือขายที่มีความเป็นไปได้สูง คุณสามารถเปิดที่เทรด (entry) โดยซื้อหรือขายตามสัญญาณที่เกิดขึ้น
  • จุดออก: คุณสามารถปิดที่เทรด (exit) โดยขายหรือปิดตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อตัวชี้วัดหรือแบบรูปแท่งเทียนแสดงสัญญาณการย้อนกลับหรือเปลี่ยนแนวโน้ม

วิธีการเทรดจุดเข้าออกของ  Bearish Engulfing pattern

Bearish Engulfing pattern เป็นแบบรูปแท่งเทียนในกราฟแท่งเทียน (candlestick) ที่แสดงถึงสัญญาณการย้อนกลับหรือแนวโน้มตลาดที่อาจลดลง ดังนั้นวิธีการเทรดจุดเข้า-ออกของ Bearish Engulfing pattern สามารถอธิบายได้ดังนี้

  1. สังเกตแบบรูปแท่งเทียน: Bearish Engulfing pattern ประกอบด้วยสองแท่งเทียน แท่งเทียนแรกเป็นแท่งเทียนติดลบ (bearish) แสดงถึงการลดลงของราคา และแท่งเทียนที่สองเป็นแท่งเทียนบวก (bullish) ที่แท่งเทียนบวกจะกลายเป็นแท่งที่ขึ้นมาและครอบคลุมแท่งเทียนติดลบทั้งหมด
  2. ตรวจสอบขนาดและสีแท่งเทียน: ควรสังเกตขนาดของแท่งเทียน และให้ความสำคัญกับสีของแท่งเทียน แท่งเทียนแรกควรมีขนาดใหญ่กว่าแท่งเทียนที่สอง และแท่งเทียนที่สองควรมีสีแดงหรือดำ (bearish) ซึ่งแสดงถึงการกำลังขาดลงของตลาด
  3. เปิดที่เทรด (entry): เมื่อเห็นแบบรูป Bearish Engulfing pattern เราสามารถเปิดที่เทรดโดยขายหรือเปิดตำแหน่งสั้น (short position) เพื่อเฝ้ารอการลดลงของตลาด การเปิดที่เทรดควรทำโดยใช้สัญญาณจากแบบรูปแท่งเทียนและสัญญาณเส้นชี้วัดทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างการตัดสินใจ
  4. จุดออก (exit): จุดออกจากที่เทรดสามารถเป็นไปได้โดยใช้การตั้งค่าการขาดทุน (stop-loss) เพื่อจำกัดความเสี่ยง และการตั้งค่าการกำไรที่ต้องการ (take-profit) เพื่อบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเมื่อตลาดลดลง

ข้อดีและข้อสียของ Bearish Engulfing 

การใช้ Bearish Engulfing pattern เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์และการตัดสินใจซื้อขายควรใช้ความระมัดระวังและคำนึงถึงสภาพตลาดที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน โดยแBearish Engulfing pattern เป็นรูปแบบของแท่งเทียนในการวางแผนการเทรดที่มีข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดีของ Bearish Engulfing pattern

Bearish Engulfing pattern มีข้อดีที่ช่วยให้นักเทรดสามารถระบุโอกาสการซื้อขายในตลาดที่เคลื่อนลงและการจัดการความเสี่ยงในการซื้อขาย ควรระมัดระวังและใช้การวิเคราะห์เทคนิคอื่นๆ เพื่อให้สามารถปรับแก้กลยุทธ์การเทรดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดและความสามารถของนักเทรดเองได้อย่างเหมาะสม ข้อดีของ Bearish Engulfing pattern ได้แก่

  • สัญญาณที่เชื่อถือได้: Bearish Engulfing pattern เป็นรูปแบบการเทรดที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากนักเทรดในวงกว้าง ซึ่งทำให้มีความเสถียรและความน่าเชื่อถือในการใช้เป็นสัญญาณขายในการตัดสินใจการซื้อขาย
  • การแจ้งเตือนการเปลี่ยนแนวโน้ม: Bearish Engulfing pattern เป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแนวโน้มของตลาด โดยแสดงถึงการเคลื่อนลงของราคาจากขาขึ้นเป็นขาลง ซึ่งสามารถใช้ในการระบุจุดเข้าทำการขายหรือปิดการซื้อขาย
  • การกำหนดระดับหยุดขาดทุน: เมื่อใช้ Bearish Engulfing pattern เป็นสัญญาณขาย คุณสามารถกำหนดระดับหยุดขาดทุน (stop loss) ในระดับสูงสุดของแท่งเทียน Bearish Engulfing ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อขาย
  • การตรงกลางระหว่างความเสี่ยงและรางวัล: การซื้อขายด้วย Bearish Engulfing pattern ช่วยให้คุณมีโอกาสทำกำไรในตลาดที่เคลื่อนไหวลง โดยให้ความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและรางวัลในการเทรด
  • อ้างอิงในการวางแผนการซื้อขาย: Bearish Engulfing pattern เป็นรูปแบบการเทรดที่เป็นที่รู้จักมาก ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถใช้เป็นอ้างอิงในการวางแผนการซื้อขายและการตัดสินใจเทรดได้อย่างมั่นใจ

ข้อสียของ Bearish Engulfing pattern

การเทรดด้วย Bearish Engulfing pattern ควรใช้ความระมัดระวังและคำนึงถึงสภาพตลาดและความเป็นไปได้ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีกลยุทธ์การซื้อขายใดที่สามารถทำกำไรได้ในทุกครั้ง ดังนั้น การศึกษาและการทดลองเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์การเทรดของคุณ ข้อสียของ Bearish Engulfing pattern ได้แก่

  • การยืนยันสัญญาณ: บางครั้งอาจจำเป็นต้องรอยืนยันสัญญาณ Bearish Engulfing pattern โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคเพิ่มเติมหรือตรวจสอบสัญญาณอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้มีการล่าช้าหรือการระบายสัญญาณที่ไม่สมบูรณ์
  • ความสอดคล้องกับตลาดและรูปแบบการเทรดอื่น ๆ: Bearish Engulfing pattern เป็นรูปแบบการเทรดเพียงหนึ่งในหลายรูปแบบที่มีอยู่ ควรพิจารณาสภาพตลาดทั้งระยะสั้นและระยะยาวรวมถึงการใช้ตัวชี้วัดเทคนิคอื่น ๆ เพื่อให้สามารถปรับแก้กลยุทธ์การเทรดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด
  • ความเสี่ยงในการเทรด: การซื้อขายด้วย Bearish Engulfing pattern ยังมีความเสี่ยงอยู่ การจัดการความเสี่ยงและการใช้เครื่องมือการวิเคราะห์อื่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเทรดที่ประสบความสำเร็จ

ตัวชี้วัดการเทรด Bearish Engulfing pattern

การใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นเพียงตัวชี้วัดเสริมและสนับสนุนในการวางแผนการเทรดเมื่อมีการเรียกใช้ Bearish Engulfing pattern เป็นสัญญาณการเทรดในการวางแผนการเทรดของคุณ สามารถใช้ตัวชี้วัดต่อไปนี้เพื่อเสริมสัญญาณและช่วยในการตัดสินใจการเทรด

ตัวชี้วัดของแนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance Indicators)

การใช้ตัวชี้วัดเพื่อระบุแนวรับและแนวต้านที่สำคัญในการซื้อขายแบบ Bearish Engulfing pattern คุณสามารถใช้ตัวชี้วัดต่อไปนี้

เส้นราคาเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average): ใช้เส้นราคาเฉลี่ยเคลื่อนที่ เช่น Simple Moving Average (SMA) หรือ Exponential Moving Average (EMA) เพื่อระบุระดับราคาที่สำคัญ เมื่อราคาตกลงใกล้ส่วนของเส้นราคาเฉลี่ยเคลื่อนที่อาจแสดงถึงแนวรับที่เป็นสัญญาณสำคัญในการลดลงของราคา

เส้นแนวต้านและแนวรับ (Support and Resistance Lines): ใช้ระบบการวาดเส้นแนวต้านและแนวรับบนกราฟ โดยใช้ค่าสูงสุดและต่ำสุดในขณะที่ Bearish Engulfing pattern กำเนิดขึ้น เส้นแนวต้านและแนวรับอาจช่วยให้ระบุระดับราคาที่คาดว่าอาจเป็นสนับสนุนหรือความต้านทานในการเคลื่อนไหวของราคา

ระดับ Fibonacci: ใช้เครื่องมือ Fibonacci retracement เพื่อระบุระดับสนับสนุนและความต้านทานในการเคลื่อนไหวของราคา โดยใช้ระดับ Fibonacci ในการระบุระดับเส้นแนวต้านและแนวรับที่สำคัญ

แบบจำลองแบบกล่องผสมและระดับผสม: ใช้เครื่องมือแบบกล่องผสม (Pivot Point) เพื่อระบุระดับสนับสนุนและความต้านทานของราคา รวมถึงการใช้ระดับผสม (Confluence Level) เมื่อมีการรวมกันของหลายตัวชี้วัดเพื่อระบุแนวรับและแนวต้านที่มีความสำคัญ

ตัวชี้วัดของความแรงของแนวโน้ม (Trend Strength Indicators)

การใช้ตัวชี้วัดเพื่อประเมินความแรงของแนวโน้มในการเทรด Bearish Engulfing pattern คุณสามารถใช้ตัวชี้วัดต่อไปนี้

Average Directional Movement Index (ADX): ADX เป็นตัวชี้วัดที่ใช้วัดความแรงของแนวโน้มของตลาด ค่า ADX ที่สูงกว่า 25 หรือ 30 แสดงถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจช่วยยืนยันความเสียงในการขายหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Relative Strength Index (RSI): RSI เป็นตัวชี้วัดที่ใช้วัดความแรงของแนวโน้มขาขึ้นและขาลง ค่า RSI ที่ต่ำกว่า 50 หรือ 40 อาจแสดงถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่งของการขายหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Moving Average Convergence Divergence (MACD): MACD เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการวัดความแรงและทิศทางของแนวโน้ม หากเส้นสัญญาณ (Signal Line) ของ MACD ตัดกับเส้นเรียกเก็บ (Trigger Line) จากบนลงล่าง อาจแสดงถึงแนวโน้มลงที่แข็งแกร่งของการขายหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Moving Average: การใช้เส้นราคาเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) เช่น Simple Moving Average (SMA) หรือ Exponential Moving Average (EMA) สามารถช่วยในการระบุแนวโน้มของตลาด หากราคาอยู่ใต้เส้นราคาเฉลี่ยเคลื่อนที่อาจแสดงถึงแนวโน้มลงที่แข็งแกร่ง

ตัวชี้วัดความผันผวนราคา (Price Oscillator)

การใช้ตัวชี้วัดเพื่อประเมินความผันผวนของราคาในการเทรด Bearish Engulfing pattern คุณสามารถใช้ตัวชี้วัดต่อไปนี้

Stochastic Oscillator: Stochastic Oscillator เป็นตัวชี้วัดที่ใช้วัดความผันผวนของราคาระหว่างช่วงเวลาที่กำหนด โดยอาจแสดงผลในช่วงค่า 0-100 ซึ่งค่าที่สูงกว่า 80 อาจแสดงถึงราคาที่มีการขายสูงเกินไปหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Moving Average Convergence Divergence (MACD): MACD เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการวัดความผันผวนของราคาและการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้ม การตรวจสอบค่าสัญญาณ (Signal Line) และค่าความผันผวนของเส้นเรียกเก็บ (Histogram) อาจช่วยในการระบุแนวโน้มลงที่มีการผันผวนแรงหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Average True Range (ATR): Average True Range (ATR) เป็นตัวชี้วัดที่ใช้วัดความผันผวนของราคา โดยใช้ค่าเฉลี่ยของระยะห่างระหว่างราคาสูงสุดและราคาต่ำสุด ค่า ATR ที่สูงอาจแสดงถึงราคาที่มีการผันผวนแรงหลังจาก Bearish Engulfing pattern

ตัวชี้วัดปริมาณการซื้อขาย (Volume Indicators)

การใช้ตัวชี้วัดเพื่อประเมินปริมาณการซื้อขายในการเทรด Bearish Engulfing pattern คุณสามารถใช้ตัวชี้วัดต่อไปนี้

Volume: ใช้ปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในแท่งเทียนของ Bearish Engulfing pattern เพื่อวิเคราะห์ว่ามีการซื้อขายมากเพียงใดในช่วงนั้น ปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าปกติอาจแสดงถึงการขายแรงหลังจาก Bearish Engulfing pattern

On-Balance Volume (OBV): OBV เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ระบุความสมดุลของการซื้อขาย ค่า OBV ที่ลดลงหลังจาก Bearish Engulfing pattern อาจแสดงถึงการขายที่เพิ่มขึ้นหรือการแรงขายหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Money Flow Index (MFI): MFI เป็นตัวชี้วัดที่ใช้วัดปริมาณการซื้อขายและการเคลื่อนไหวของเงิน ค่า MFI ที่ต่ำกว่า 50 หรือ 40 อาจแสดงถึงการขายที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Bearish Engulfing pattern

Accumulation/Distribution (A/D): A/D เป็นตัวชี้วัดที่ใช้วัดการสะสมและการกระจายของเงินในการซื้อขาย ค่า A/D ที่ลดลงหลังจาก Bearish Engulfing pattern อาจแสดงถึงการกระจายของเงินหรือการขายหลังจาก Bearish Engulfing pattern

 Exness Promotion
PNFPB Install PWA using share icon

For IOS and IPAD browsers, Install PWA using add to home screen in ios safari browser or add to dock option in macos safari browser