รีวิวโบรกเกอร์ Eightcap 2026 ดีไหม? โบรกเกอร์สายสเปรดต่ำ เทรด TradingView ได้จริง

IUX Markets Bonus

การลงทุนในตลาด Forex และ CFD ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และหนึ่งในคำถามที่นักลงทุนถามมากที่สุดคือ
👉 “ควรเลือกโบรกเกอร์ไหนดี ที่น่าเชื่อถือ สเปรดต่ำ และเหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา?”

หนึ่งในโบรกเกอร์ระดับสากลที่ถูกพูดถึงมากในช่วงปี 2025–2026 คือ Eightcap
บทความนี้จะพาคุณไปรีวิว Eightcap แบบละเอียด อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่า
Eightcap เหมาะกับคุณหรือไม่

Contents

Eightcap คืออะไร (อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2026)

Eightcap เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2009
มีต้นกำเนิดจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และถือเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดโลก

Eightcap
Eightcap

ข้อมูลสำคัญของ Eightcap

  • ก่อตั้งปี 2009 (ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี)
  • ผู้ใช้งานจากหลายประเทศทั่วโลก
  • ให้บริการเทรด Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโต
  • รองรับแพลตฟอร์ม MT4, MT5 และ TradingView
  • มีทีมซัพพอร์ตภาษาไทยสำหรับลูกค้าในประเทศไทย

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap

Eightcap ดีไหม? (สรุปภาพรวมก่อนตัดสินใจ)

คำตอบสั้น:
👉 Eightcap เป็นโบรกเกอร์ที่เน้น “ความน่าเชื่อถือ + สเปรดต่ำ + แพลตฟอร์มคุณภาพ”

 YWO Promotion

Eightcap เหมาะกับ

  • เทรดเดอร์ที่ต้องการโบรกเกอร์ระดับสากล
  • คนที่ใช้ MT4 / MT5 หรือ TradingView เป็นหลัก
  • เทรดเดอร์สาย Scalping และ Day Trade
  • นักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับใบอนุญาต (Regulation)

จุดเด่นของ Eightcap ที่เทรดเดอร์เลือกใช้

  • ใบอนุญาตระดับ Tier-1 (ASIC, FCA)
  • สเปรดต่ำ โดยเฉพาะบัญชี Raw
  • เทรดผ่าน TradingView ได้โดยตรง
  • สินทรัพย์ให้เทรดมากกว่า 800 รายการ
  • รองรับ MT4, MT5 และ TradingView
  • มีทีม Customer Support ภาษาไทย
  • ฝากถอนสะดวก รองรับ QR Code ในไทย

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap


ข้อดีและข้อเสียของ Eightcap (จากข้อมูลจริง)

ข้อดีของ Eightcap ✅

1. ความน่าเชื่อถือสูง
Eightcap อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานชั้นนำหลายแห่ง เช่น

  • ASIC (ออสเตรเลีย)
  • FCA (สหราชอาณาจักร)

เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินทุน

2. สเปรดต่ำ

  • บัญชี Raw: สเปรดเริ่มต้น 0 pips
  • เหมาะกับ Scalper และ Day Trader

3. สินทรัพย์หลากหลาย

  • Forex
  • หุ้น CFDs
  • ดัชนี
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • Cryptocurrency
    รวมมากกว่า 800 สินทรัพย์

4. แพลตฟอร์มคุณภาพ

  • MT4 และ MT5 สำหรับสายเทรดคลาสสิก
  • TradingView สำหรับสายวิเคราะห์กราฟขั้นสูง

5. รองรับคนไทย

  • ฝากถอนผ่าน QR Code
  • มีทีมซัพพอร์ตภาษาไทย
  • ติดต่อผ่าน LINE ได้

ข้อเสียของ Eightcap ❌

  • ไม่มีโบนัสหรือโปรโมชั่น
  • ค่า Swap ค่อนข้างสูง หากถือออเดอร์ข้ามคืน
  • ไม่มีบัญชี Cent
  • ฝากขั้นต่ำ $100 อาจสูงสำหรับมือใหม่บางคน

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap


Eightcap ใบอนุญาต (Regulation 2026)

ใบอนุญาตหลัก

  • Eightcap Pty Ltd
    ควบคุมโดย Australian Securities and Investments Commission (ASIC)
    AFSL No. 391441

  • Eightcap Group Ltd
    ควบคุมโดย Financial Conduct Authority (FCA – UK)
    FRN 921296

  • Eightcap EU Ltd
    ควบคุมโดย Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC)
    License No. 246/14

ใบอนุญาต Offshore (รองรับลูกค้านานาชาติ)

  • Eightcap Global Limited
    ควบคุมโดย Securities Commission of The Bahamas (SCB)
    License No. SIA-F220

  • Eightcap International Ltd
    ควบคุมโดย Seychelles Financial Services Authority (FSA)
    License No. SD100

  • Eightcap International Trading
    ควบคุมโดย Mauritius Financial Services Commission (FSC)
    License No. GB25204603

✔ การมีทั้ง ASIC + FCA + CySEC ทำให้ Eightcap ได้รับความไว้วางใจในระดับสถาบัน
✔ ลูกค้าไทยส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ SCB และ FSA ซึ่งรองรับ Leverage สูง


รีวิว Eightcap จาก Trustpilot (อัปเดตล่าสุด)

  • คะแนนเฉลี่ย: 4.2 / 5
  • ผู้รีวิวมากกว่า 2,000 คน

ความคิดเห็นเชิงบวก

  • บริการลูกค้าดี
  • เปิดบัญชีง่าย
  • สเปรดต่ำ
  • แพลตฟอร์มเสถียร

ความคิดเห็นเชิงลบ

  • ถอนเงินบางครั้งใช้เวลา
  • ระบบขัดข้องในบางช่วง

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap


แพลตฟอร์มการเทรดของ Eightcap

MetaTrader 4 (MT4)

  • ใช้งานง่าย
  • รองรับ EA
  • เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ

MetaTrader 5 (MT5)

  • ฟีเจอร์ครบกว่า MT4
  • Timeframe มากขึ้น
  • รองรับสินทรัพย์หลากหลาย

TradingView

  • จุดเด่นของ Eightcap
  • เครื่องมือวิเคราะห์กราฟระดับโลก
  • เหมาะกับสาย Price Action และ Technical Analysis

Eightcap เทรดอะไรได้บ้าง?

  • Forex: มากกว่า 40 คู่
  • หุ้น CFDs: มากกว่า 500 บริษัท
  • ดัชนี: S&P 500, NASDAQ, DAX ฯลฯ
  • สินค้าโภคภัณฑ์: ทองคำ, น้ำมัน
  • Cryptocurrency: BTC, ETH และอื่นๆ

รวมสินทรัพย์กว่า 800 รายการ

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap


ประเภทบัญชี Eightcap

บัญชี Standard

  • สเปรดเริ่ม ~1 pip
  • ไม่มี Commission
  • ฝากขั้นต่ำ $100

บัญชี Raw

  • สเปรดเริ่ม 0 pips
  • Commission $3.5 / Lot
  • เหมาะกับ Scalper

บัญชี TradingView

  • เงื่อนไขเหมือน Standard
  • เทรดผ่าน TradingView โดยตรง

Eightcap ฝากถอนเงิน (2026)

ช่องทางฝากเงิน

  • ธนาคาร
  • บัตรเครดิต / เดบิต
  • Skrill / Neteller
  • Crypto
  • QR Code (ไทย)

ระยะเวลา

  • ฝาก: ทันที – 1 วัน
  • ถอน: ประมาณ 1–2 วันทำการ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียม

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap


Eightcap เหมาะกับใคร?

เหมาะมาก ✅

  • เทรดเดอร์ที่ใช้ MT4 / MT5
  • คนที่ชอบ TradingView
  • Scalper / Day Trader
  • นักลงทุนที่เน้นความน่าเชื่อถือ

อาจไม่เหมาะ ❌

  • Swing Trader ที่ถือยาว (เพราะ Swap)
  • มือใหม่ที่อยากเริ่มด้วยเงินน้อยมาก
  • คนที่ต้องการโบนัส

การเปิดบัญชีจริง: ใช้เวลานานกว่าที่คิด

เว็บไซต์บอกว่าเปิดบัญชีได้ภายใน 5 นาที แต่ในความเป็นจริงกระบวนการ Verification ใช้เวลาเกือบ 2 วัน

นี่คือขั้นตอนที่ผมเจอจริง:

วันแรก:

  • กรอกข้อมูลส่วนตัว ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
  • อัปโหลดบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่ (Bill ค่าไฟ)
  • ได้อีเมลว่ารอ Verify

วันที่สอง:

  • ได้อีเมลบอกว่าเอกสารผ่าน แต่ต้องทำ Video Verification เพิ่ม
  • โทรศัพท์ไม่รองรับ หาแท็บเล็ตมาถ่ายวิดีโอตัวเอง
  • รอผลอีกรอบ

วันที่สาม:

  • ได้การอนุมัติในตอนเช้า
  • ฝากเงินครั้งแรก $500 ผ่าน Thai QR Code
  • เงินเข้าภายใน 2 ชั่วโมง

ข้อสังเกต: กระบวนการเข้มงวดกว่าโบรกเกอร์อื่นที่เคยใช้ แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นระบบที่จริงจัง ไม่ใช่โบรกเกอร์เถื่อนที่เปิดบัญชีได้ใน 1 นาทีแล้วไม่มี Regulation อะไรเลย

ทดสอบสเปรดจริง: ตรงกับที่โฆษณาแค่ไหน

นี่คือส่วนที่ผมใส่ใจที่สุด เพราะสเปรดต่ำบนกระดาษกับสเปรดต่ำตอนเทรดจริงมันต่างกันมาก

ผมเปิดบัญชี Raw (ต้องจ่าย Commission $3.5 ต่อ Lot) และติดตามสเปรดของคู่สกุลเงินหลักๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์แรก

สเปรดเฉลี่ยที่ผมวัดได้จริง (บัญชี Raw)

EUR/USD:

  • ช่วงปกติ: 0.0-0.2 pips
  • ช่วง London Open: 0.3-0.5 pips
  • ช่วง News: ขยายได้ถึง 1.5-2.0 pips

GBP/USD:

  • ช่วงปกติ: 0.3-0.6 pips
  • ช่วง London Open: 0.8-1.2 pips
  • ช่วง News: 2.0-3.5 pips

USD/JPY:

  • ช่วงปกติ: 0.2-0.4 pips
  • ช่วง Tokyo Open: 0.5-0.8 pips
  • ช่วง News: 1.5-2.5 pips

Gold (XAU/USD):

  • ช่วงปกติ: 8-12 cents
  • ช่วง News: ขยายได้ถึง 30-50 cents (นี่คือจุดที่ผมต้องระวังมาก)

สิ่งที่ผมค้นพบ

  1. สเปรดต่ำจริงในช่วงเวลาปกติ – ถ้าเทรดในช่วง London Session หรือ New York Session ตอนไม่มี News สเปรดแทบจะเป็น 0 จริงๆ สำหรับคู่เมเจอร์
  2. ช่วง News ยังพอทน – เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์เดิม สเปรดขยายน้อยกว่าประมาณ 40-50% แต่ก็ยังขยาย ไม่ใช่คงที่เหมือนโบรกเกอร์แบบ Fixed Spread
  3. ทองคำมีสเปรดกว้างกว่าคู่สกุลเงิน – ถ้าเทรดทองคำต้องคำนึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะช่วง News ใหญ่ๆ
  4. Commission คุ้มค่า – เมื่อคำนวณรวมกับสเปรดแล้ว ต้นทุนรวมยังถูกกว่าบัญชี Standard ของโบรกเกอร์อื่นที่เคยใช้

การใช้งาน TradingView Integration: เปลี่ยนวิธีเทรดของผมจริงๆ

นี่คือฟีเจอร์ที่ผมชอบที่สุด และเป็นเหตุผลสำคัญที่ผมยังใช้ Eightcap อยู่

ก่อนใช้ TradingView Integration

ผมต้องทำแบบนี้ทุกครั้ง:

  1. เปิด TradingView วิเคราะห์กราฟ
  2. วาดเส้น Support/Resistance, Fibonacci
  3. ดู Indicator ต่างๆ
  4. เมื่อเจอจุดเข้า ต้องเปิด MT4 แยก
  5. หาคู่เงินในหน้าต่างใหม่
  6. คำนวณ Lot Size เอง
  7. Set Stop Loss และ Take Profit

มันเสียเวลามาก โดยเฉพาะถ้าเทรด Scalping ที่ต้องเข้า-ออกเร็ว

หลังใช้ TradingView Integration

ทำได้ทั้งหมดในหน้าจอเดียว:

  1. วิเคราะห์กราฟบน TradingView
  2. กดปุ่ม Trade ใต้กราฟเลย
  3. ระบบคำนวณ Risk ให้อัตโนมัติตาม % ที่กำหนด
  4. วาง SL/TP บนกราฟด้วย Drag & Drop
  5. ยืนยันคำสั่งซื้อ – เสร็จ!

ผลลัพธ์: ผมเข้าออเดอร์เร็วขึ้น เฉลี่ย 70% และลด Order Error จากการคำนวณผิดพลาดได้เกือบหมด

ข้อจำกัดที่ต้องรู้

  • ใช้ได้เฉพาะบน TradingView ระดับ Premium ขึ้นไป ($14.95/เดือน)
  • บาง Indicator ของ TradingView อาจมี Delay เล็กน้อย
  • ถ้าอินเทอร์เน็ตช้า การ Sync อาจมีปัญหา

ค่า Swap: จุดอ่อนที่ต้องระวัง

นี่คือเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงแต่ผมคิดว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าคุณชอบถือออเดอร์ข้ามคืน

ผมเคยถือออเดอร์ EUR/USD ขนาด 1 Lot ไว้ประมาณ 5 วัน เพื่อรอ Take Profit ที่เป้า 80 pips

ผลลัพธ์:

  • กำไรจาก Price: +$800
  • ค่า Swap ที่โดนหัก: -$42
  • Commission รวม: -$7
  • กำไรสุทธิ: $751

ค่า Swap ของ Eightcapสูงกว่าโบรกเกอร์อื่นประมาณ 30-40% โดยเฉพาะคู่ Exotic Pairs

ตารางค่า Swap ที่ผมบันทึกไว้ (ต่อ 1 Lot ต่อคืน)

EUR/USD:

  • Long: -$6.80
  • Short: -$2.50

GBP/JPY:

  • Long: -$9.20
  • Short: -$8.80 (สูงทั้งสองฝั่ง!)

Gold (XAU/USD):

  • Long: -$12.50
  • Short: -$5.80

คำแนะนำ: ถ้าคุณเป็น Swing Trader ที่ชอบถือออเดอร์หลายวัน อาจต้องคำนวณค่า Swap เข้าไปในแผน Trading Plan ด้วย หรือพิจารณาหาโบรกเกอร์ที่มี Swap-Free Account

การฝาก-ถอนเงิน: ประสบการณ์ตรง 15 ครั้ง

ในระยะเวลา 6 เดือน ผมฝากเงิน 8 ครั้ง ถอนเงิน 7 ครั้ง นี่คือข้อมูลจริงที่บันทึกไว้

การฝากเงิน

ช่องทางที่ผมใช้:

  1. Thai QR Code (ใช้บ่อยสุด)
    • เวลาเฉลี่ย: 1-3 ชั่วโมง
    • ครั้งเร็วสุด: 45 นาที
    • ครั้งช้าสุด: 5 ชั่วโมง (วันศุกร์บ่าย)
    • ข้อดี: สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม
    • ข้อเสี: บางทีต้องรอ Manual Approve
  2. Crypto (USDT-TRC20)
    • เวลาเฉลี่ย: 15-30 นาที
    • ข้อดี: เร็วที่สุด
    • ข้อเสีย: ต้องจ่าย Gas Fee ประมาณ $1-2

การถอนเงิน

นี่คือประเด็นที่หลายคนกังวล

ผมถอนเงิน 7 ครั้ง ยอดตั้งแต่ $200 ถึง $3,500

ผลลัพธ์:

  • ถอนครั้งที่ 1-3 (จำนวนเล็ก $200-500): ได้เงินภายใน 24 ชั่วโมง
  • ถอนครั้งที่ 4-5 (จำนวนปานกลาง $800-1,200): ใช้เวลา 2 วันทำการ
  • ถอนครั้งที่ 6 (จำนวนมาก $3,500): ใช้เวลา 4 วันทำการ
  • ถอนครั้งที่ 7 ($1,000): กลับมาเร็วขึ้น 1.5 วันทำการ

สิ่งที่เรียนรู้จากการถอนเงิน

  1. ยอดมากใช้เวลานาน – ถ้าถอนเงินจำนวนมาก (มากกว่า $3,000) ระบบจะ Review เพิ่มเติม
  2. ถอนกลับทางเดิมที่ฝาก – ถ้าฝากผ่าน QR Code ต้องถอนกลับผ่าน Bank Transfer เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น Crypto ได้
  3. ต้องยืนยัน Withdrawal ทาง Email – เคยลืมกดยืนยันใน Email คำสั่งถอนเงินไม่ผ่านทั้งที่รออยู่ 2 วัน
  4. ไม่มีค่าธรรมเนียมถอน – ครั้งแรกต่อเดือน ฟรี / ครั้งต่อไปอาจมีค่าธรรมเนียม (ผมยังไม่เคยโดนเพราะถอนเดือนละครั้ง)

ระบบ Customer Support: ทดสอบจริง 12 ครั้ง

ผมตั้งใจทดสอบทีมซัพพอร์ตหลายครั้ง ทั้งแบบมีปัญหาจริงและแบบถามเล่นๆ

ช่องทางติดต่อที่มี

  1. Live Chat (ภาษาอังกฤษ) – มี 24/5
  2. LINE Official – ตอบภาษาไทย แต่ช้ากว่า Live Chat
  3. Email – ช้าสุด ประมาณ 1-2 วัน

ประสบการณ์ที่น่าสนใจ

ครั้งที่ 1 – ปัญหาฝากเงินไม่เข้า (Critical)

  • ติดต่อผ่าน: Live Chat
  • เวลารอ: 3 นาที
  • การแก้ปัญหา: ขอ Transaction ID แล้วเช็คให้ใน 15 นาที พบว่าเงินเข้าแล้วแต่ระบบยังไม่อัปเดต รีเฟรชให้ใหม่ เงินขึ้นทันที
  • คะแนน: 9/10

ครั้งที่ 2 – ถามเรื่อง Swap Rate

  • ติดต่อผ่าน: LINE Official
  • เวลารอ: 4 ชั่วโมง (ส่งตอนเช้า ตอบตอนบ่าย)
  • คำตอบ: ส่งตาราง Swap มาให้ครบถ้วน
  • คะแนน: 7/10 (ช้าไป)

ครั้งที่ 3 – ปัญหาล็อกอิน MT5 ไม่ได้

  • ติดต่อผ่าน: Live Chat
  • เวลารอ: ไม่ต้องรอ มี Agent พร้อม
  • การแก้ปัญหา: แนะนำให้ Reset Password และให้คำแนะนำทีละขั้น แก้ไขได้ภายใน 10 นาที
  • คะแนน: 10/10

ครั้งที่ 4 – ถามว่าทำไม Commission ดูสูงกว่าที่โฆษณา

  • ติดต่อผ่าน: Email
  • เวลารอ: 1 วัน
  • คำตอบ: อธิบายรายละเอียดว่า Commission $3.5 คือต่อ Side (เข้า-ออก รวมเป็น $7) พร้อมส่งตัวอย่างการคำนวณ
  • คะแนน: 8/10

สรุปความประทับใจ

  • Live Chat ดีที่สุด – ตอบเร็ว แก้ปัญหาได้จริง
  • LINE ช้า – เหมาะกับคำถามที่ไม่เร่งด่วน
  • Email ใช้สำหรับเอกสารหรือข้อมูลซับซ้อน

การทดสอบความเสถียรในช่วง News ใหญ่

นี่คือส่วนที่สำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์ เพราะหลายโบรกเกอร์มักมีปัญหาในช่วง Volatility สูง

ผมจดบันทึกประสบการณ์ใน 4 เหตุการณ์สำคัญ:

1. NFP (Non-Farm Payrolls) – มกราคม 2026

  • สิ่งที่เกิดขึ้น: สเปรด EUR/USD ขยายจาก 0.2 เป็น 2.0 pips ประมาณ 3 นาที
  • การ Execute Order: เร็วปกติ ไม่มี Slippage เกิน 0.5 pips
  • Server: ไม่มี Disconnect
  • คะแนน: 9/10

2. FOMC Meeting – พฤศจิกายน 2025

  • สิ่งที่เกิดขึ้น: ทองคำกระโดด 150 pips ภายใน 1 นาที
  • ปัญหา: ผม Sl ippage ถูกกระทบประมาณ 8 pips (ตั้ง SL ที่ 2010 แต่ปิดที่ 2002)
  • Server: มี Lag เล็กน้อย 2-3 วินาที
  • คะแนน: 7/10

3. ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับอัตราดอกเบี้ย – ธันวาคม 2025

  • สิ่งที่เกิดขึ้น: JPY Pairs วิ่งแรงมาก
  • การ Execute Order: ไม่สามารถเข้าออเดอร์ได้ประมาณ 30 วินาที (ปุ่ม Buy/Sell กดแล้วขึ้น “Price has changed”)
  • Server: มี Issue แต่ไม่ถึงขั้น Disconnect
  • คะแนน: 6/10 (ตกใจตอนนั้น)

4. CPI Data สหรัฐฯ – มกราคม 2026

  • สิ่งที่เกิดขึ้น: ข้อมูลออกมาต่างจากคาด ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรง
  • การ Execute Order: เร็วดี Slippage น้อย
  • Server: ทำงานปกติ
  • คะแนน: 9/10

สรุปเรื่องความเสถียร

  • ช่วงเวลาปกติ: เสถียรมาก 9.5/10
  • ช่วง News เล็กๆ-กลางๆ: ดีเกินคาด 9/10
  • ช่วง News ใหญ่มาก: พอใช้ได้ 7/10 (มี Slippage และ Lag บ้าง แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต)

เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์เดิมที่เคยใช้ Eightcap ดีกว่าชัดเจนในช่วง News

จุดอ่อนที่ผมพบจากการใช้งานจริง

ไม่มีโบรกเกอร์ไหนสมบูรณ์แบบ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า Eightcap ควรปรับปรุง:

1. ไม่มีโบนัสเลย

หลายโบรกเกอร์แจก Deposit Bonus 20-100% แต่ Eightcap ไม่มีเลย ถ้าคุณเป็นคนชอบโบนัส ที่นี่ไม่ใช่

มุมมองผม: โบนัสส่วนใหญ่มาพร้อม Terms ที่ยุ่งยาก บางโบรกเกอร์ให้โบนัส 100% แต่ถอนไม่ได้จนกว่าจะเทรด 50 Lot ผมว่าไม่มีโบนัสก็ไม่เป็นไร ถ้าสเปรดต่ำจริง

2. ค่า Swap สูง (พูดไปแล้วข้างต้น)

ถ้าคุณเป็น Swing Trader ต้องคำนึงเรื่องนี้จริงๆ

3. ไม่มีบัญชี Cent

สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มด้วยเงิน $10-50 ที่นี่ไม่เหมาะ เพราะฝากขั้นต่ำ $100

4. แพลตฟอร์มมือถือยังไม่ Perfect

MT4/MT5 บนมือถือใช้งานได้ แต่ TradingView บนมือถือยังไม่สามารถเทรดตรงได้เหมือนบน Desktop

5. การ Verify บัญชีใช้เวลานาน

อย่างที่บอกตอนต้น ถ้าคุณรีบอยากเทรดเลย อาจรอไม่ไหว

ใครควรใช้ Eightcap?

หลังจากใช้งานมา 6 เดือน ผมคิดว่า Eightcap เหมาะกับ:

Scalper และ Day Trader – สเปรดต่ำ Execution เร็ว

คนที่ใช้ TradingView – เทรดได้ตรงจากกราฟ ประหยัดเวลามาก

เทรดเดอร์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย – ASIC และ FCA คือใบอนุญาตดีจริง

คนที่มีทุนตั้งแต่ $500 ขึ้นไป – ถ้ามีทุนเยอะจะใช้ประโยชน์จากสเปรดต่ำได้คุ้มค่า

คนที่เทรดคู่เมเจอร์เป็นหลัก – EUR/USD, GBP/USD สเปรดแทบจะเป็น 0

ใครไม่ควรใช้ Eightcap?

Swing Trader ที่ถือออเดอร์หลายวัน/หลายสัปดาห์ – ค่า Swap กินกำไรไปเยอะ

มือใหม่ที่มีทุนน้อยกว่า $100 – ฝากขั้นต่ำ $100 และไม่มีบัญชี Cent

คนที่ต้องการโบนัส – ไม่มีโบนัสให้เลย

คนที่ชอบเทรดผ่านมือถืออย่างเดียว – App ยังไม่ครบฟีเจอร์เท่า Desktop

คำถามที่ผมเคยสงสัย (และได้คำตอบแล้ว)

Eightcap โกงไหม?

จากประสบการณ์ 6 เดือน ถอนเงิน 7 ครั้ง ไม่เคยมีปัญหาเรื่องโกงหรือไม่ให้ถอนเงิน การมีใบอนุญาต ASIC และ FCA ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโบรกเกอร์นี้ถูกกำกับดูแลจริง

ถอนเงิน $10,000 ได้ไหม?

ผมยังไม่เคยถอนถึงจำนวนนี้ แต่มีหลายรีวิวบอกว่าถอนได้ แค่ต้องรอนานหน่อย (ประมาณ 3-5 วันทำการ) และอาจต้องแสดงหลักฐานเพิ่มเติม

MT4 กับ MT5 ใช้อันไหนดีกว่า?

ผมใช้ MT5 เพราะ:

  • Timeframe เยอะกว่า (M2, M3, M6, M10, M12, M20 มีเพิ่ม)
  • Economic Calendar ในตัว
  • Order History ดูง่ายกว่า

แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ MT4 และมี EA ที่ใช้อยู่ ก็ใช้ MT4 ต่อได้เลย

บัญชี Standard กับ Raw เลือกไหนดี?

ผมเลือก Raw เพราะ:

  • สเปรดต่ำกว่ามาก
  • Commission $3.5/Lot (เข้า-ออกรวม $7) ก็ยังถูกกว่า Standard ที่สเปรดกว้าง

ข้อแนะนำ: ถ้าคุณเทรดน้อยกว่า 5 ครั้ง/เดือน อาจใช้ Standard ก็พอ แต่ถ้าเทรดบ่อย Raw คุ้มกว่าชัดเจน

สรุปท้ายสุด: Eightcap คุ้มค่าไหมในปี 2026?

หลังจากใช้งานจริง 6 เดือน ฝากถอนมากกว่า 15 ครั้ง เทรดไปกว่า 200 Orders ผมให้คะแนน Eightcap:

คะแนนรวม: 8.5/10

จุดเด่นที่ชอบมาก (9-10/10)

  • สเปรดต่ำจริง ไม่ใช่แค่โฆษณา
  • TradingView Integration เปลี่ยนชีวิตการเทรด
  • ถอนเงินได้จริง ไม่มีปัญหา
  • ความเสถียรดีในช่วง News

จุดที่ควรปรับปรุง (6-7/10)

  • ค่า Swap สูง
  • การ Verify ใช้เวลานาน
  • App มือถือยังไม่ลื่นเท่า Desktop
  • ไม่มีโบนัสเลย

คำตอบสุดท้าย: Eightcap เหมาะกับเทรดเดอร์ที่จริงจัง ไม่ได้มองหาโบนัสหรือของแถม แต่มองหาโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ ต้นทุนต่ำ และเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าคุณเป็น Scalper หรือ Day Trader ที่ใช้ TradingView ผมแนะนำให้ลองเปิดบัญชี Demo ทดสอบก่อน คุณจะรู้เองว่า TradingView Integration มันต่างกันจริงๆ

สำหรับผมแล้ว 6 เดือนที่ผ่านมาทำให้มั่นใจว่า Eightcap คือโบรกเกอร์หลักที่จะใช้ต่อไปในปี 2026


คำเตือน: การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง 83.36% ของบัญชีรายย่อยขาดทุนจากการเทรด CFD ควรศึกษาและเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความนี้เขียนจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ณ เดือนมกราคม 2026 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามระยะเวลา

ทางลัดเปิดบัญชี Eightcap

 Exness Promotion
PNFPB Install PWA using share icon

For IOS and IPAD browsers, Install PWA using add to home screen in ios safari browser or add to dock option in macos safari browser