Tickmill โกงไหม? ดีไหม? น่าเชื่อถือแค่ไหน สำหรับคนไทย
ในปี 2026 การลงทุนออนไลน์ โดยเฉพาะ Forex และ CFD เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจำนวนโบรกเกอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่นักลงทุนไทยให้ความสำคัญมากที่สุดจึงไม่ใช่แค่ “สเปรดถูก” แต่คือคำถามว่า
Tickmill โกงไหม? และ Tickmill น่าเชื่อถือจริงหรือไม่?
บทความนี้จะพาคุณรีวิว Tickmill แบบเจาะลึกทุกมิติ ตั้งแต่ใบอนุญาต ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายจริง ประเภทบัญชี แพลตฟอร์ม ไปจนถึงข้อดี–ข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในปี 2026
Contents
ToggleTickmill คืออะไร

Tickmill คือโบรกเกอร์ Forex และ CFD ระดับสากล ก่อตั้งในปี 2014 โดย Ingmar Mattus, Illimar Mattus และ Nikolai Nikolajenko มีสำนักงานใหญ่ที่ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
ปัจจุบัน Tickmill ให้บริการลูกค้าในกว่า 180 ประเทศ และมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อเดือนระดับ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วและมั่นคงในตลาดโลก
สินทรัพย์ที่รองรับ ได้แก่
- Forex
- ดัชนีหุ้น
- สินค้าโภคภัณฑ์
- หุ้น
- คริปโตเคอร์เรนซี
- ETF และตราสารอนุพันธ์อื่น ๆ
Tickmill ดีไหม
การตัดสินว่า Tickmill ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างและความต้องการเฉพาะของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม เราสามารถพิจารณาจุดเด่นและข้อด้อยของ Tickmill ได้ดังนี้:
จุดเด่นของ Tickmill:
- สเปรดต่ำมาก โดยเฉพาะในบัญชี Pro และ VIP
- การดำเนินการคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็ว
- ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงานชั้นนำหลายแห่ง
- มีผลิตภัณฑ์การเทรดที่หลากหลาย
- แพลตฟอร์มการเทรดที่มีประสิทธิภาพ (MT4, MT5, WebTrader)
- ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน
- มีบัญชีทดลองให้ทดสอบก่อนเปิดบัญชีจริง
- มีเครื่องมือและทรัพยากรการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ข้อด้อยของ Tickmill:
- ค่า Swap ในบางคู่สกุลเงินค่อนข้างสูง
- การถอนเงินอาจใช้เวลานานกว่าโบรกเกอร์บางราย
- ไม่มีโบนัสเงินฝากเหมือนโบรกเกอร์บางราย
- ไม่มีแพลตฟอร์มการเทรดที่พัฒนาขึ้นเอง
โดยรวมแล้ว Tickmill เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับสเปรดต่ำและการดำเนินการที่รวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ใช้กลยุทธ์การเทรดระยะสั้นหรือ Scalping แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการใช้งานภาษาไทยหรือต้องการโบนัสเงินฝากที่สูง

Tickmill ข้อดี
✅ ใบอนุญาตระดับโลก (FCA)
✅ ไม่มีค่าฝาก–ถอน
✅ คริปโตไม่มี Swap
✅ Spread Raw ต่ำมาก
✅ รองรับ TradingView
✅ Leverage สูง 1:1000
✅ มีทีมซัพพอร์ตภาษาไทย
Tickmill ข้อเสีย
❌ Spread บัญชี Classic สูงกว่าบางโบรก
❌ Swap ทองคำค่อนข้างแพง
❌ ประเภทบัญชีไม่หลากหลายมาก
❌ ถอนเงินไม่เร็วระดับ “ภายในไม่กี่ชั่วโมง”
Tickmill รีวิว 2026: ประสบการณ์จริงจากการใช้งาน – ยังน่าเชื่อถือไหม?
หลังจากที่ผมใช้งาน Tickmill มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2024 จนถึงต้นปี 2026 นี่ วันนี้ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์จริงๆ ที่ได้รับจากการเทรดกับโบรกเกอร์ตัวนี้ ทั้งด้านดีและด้านที่ยังต้องปรับปรุง เพราะผมเชื่อว่าหลายคนคงกำลังสงสัยว่า “Tickmill ในปี 2026 ยังใช้ได้อยู่ไหม” หรือ “มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง”
ประสบการณ์แรกเริ่ม: การเปิดบัญชีที่ง่ายกว่าที่คิด
ตอนแรกผมค่อนข้างกังวลเรื่องขั้นตอนการเปิดบัญชี เพราะเคยได้ยินว่าโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายมักจะมีกระบวนการ KYC ที่ยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้ว Tickmill ทำให้ผมประหลาใจ
กระบวนการเปิดบัญชีที่ผมเจอ
ขั้นตอนที่ 1: กรอกข้อมูลพื้นฐาน (ชื่อ, อีเมล, เบอร์โทร) ใช้เวลาแค่ 3-4 นาที
ขั้นตอนที่ 2: ยืนยันตัวตน – อัปโหลดบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่ (บิลค่าน้ำ-ค่าไฟ หรือ statement ธนาคาร)
ขั้นตอนที่ 3: รอการอนุมัติ – ผมส่งเอกสารเสร็จช่วงเย็น พอตื่นเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้รับอีเมลว่าบัญชีผ่านการอนุมัติแล้ว (ประมาณ 14 ชั่วโมง)
สิ่งที่ผมชอบคือเว็บไซต์เป็นภาษาไทยทั้งหมด ไม่ต้องมานั่งแปลภาษา และมีทีมงานคนไทยคอยตอบคำถามทาง LINE อย่างรวดเร็ว ตอนที่ผมส่งหลักฐานผิด (ส่งสลิปเงินเดือนไปแทนบิลค่าไฟ) พนักงานก็ติดต่อกลับมาแนะนำอย่างสุภาพภายในไม่กี่ชั่วโมง
การฝากเงินครั้งแรก: ทดสอบด้วยจำนวนขั้นต่ำ
เมื่อบัญชีผ่านการอนุมัติแล้ว ผมตัดสินใจฝากเงินด้วยจำนวนขั้นต่ำที่ 1,780 บาท ผ่านระบบ QR Code ของธนาคารไทยพาณิชย์
ประสบการณ์การฝากเงิน
- เวลาที่ใช้: สแกน QR Code ผ่านแอปธนาคาร ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที
- ระยะเวลารอเงินเข้า: เงินเข้าบัญชีทันที (จริงๆ คือภายใน 10 วินาที หลังจากกดยืนยันการโอน)
- ค่าธรรมเนียม: ไม่มีค่าธรรมเนียมจากทาง Tickmill เลย
ตรงนี้ทำให้ผมประทับใจมาก เพราะเคยใช้โบรกเกอร์อื่นที่ต้องรอเงินเข้าเป็นชั่วโมง บางทีพอเงินเข้าราคาก็วิ่งไปแล้ว
ทดสอบการเทรดจริง: MT5 เป็นตัวเลือกหลักของผม
ผม Download แพลตฟอร์ม MT5 มาใช้บนคอม เพราะชอบ interface ที่ทันสมัยกว่า MT4 และมีเครื่องมือวิเคราะห์ในตัวมากกว่า
สิ่งที่ผมสังเกตได้จากการเทรดจริง
1. ความเร็วในการ Execution
- คำสั่ง Market Order เข้าแทบจะทันที ไม่เคยเจอปัญหา Requote เลยในช่วง 1 ปีกว่าที่ใช้
- ช่วงข่าว High Impact (เช่น ประกาศดอกเบี้ย FED) บางครั้งมี Slippage เล็กน้อย 0.2-0.5 pips แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
2. Spread ในการเทรด Forex
- ผมใช้บัญชี Classic (เพราะไม่อยากจ่ายค่า Commission)
- Spread EURUSD ที่เจอจริงอยู่ที่ประมาณ 1.6-1.9 pips ในช่วงตลาดปกติ
- ช่วงตลาดเงียบๆ (เช่น ตี 2-3 ตามเวลาไทย) Spread จะกว้างขึ้นเป็น 2.5-3 pips
ความรู้สึกของผม: Spread ถือว่าสูงกว่าโบรกเกอร์ที่เน้นแข่งขันด้านต้นทุน แต่ก็ไม่ได้แพงจนทำให้เทรดไม่ได้ ถ้าคุณเทรดแบบ Swing Trade หรือถือ Position ข้ามวัน ผลกระทบจาก Spread ตรงนี้จะไม่เยอะ แต่ถ้าเป็น Scalper ที่เข้า-ออกบ่อยๆ อาจจะรู้สึกว่าต้นทุนสูงไปหน่อย
3. การเทรด Bitcoin – นี่คือจุดเด่นจริงๆ ผมเริ่มเทรด Bitcoin บน Tickmill ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 และตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมอยู่กับโบรกเกอร์ตัวนี้ต่อ
- Spread Bitcoin: ประมาณ 0.038% ของราคา (ถ้า Bitcoin อยู่ที่ 100,000 USD Spread ก็จะอยู่ที่ประมาณ 38 USD)
- ไม่มีค่า Swap: ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณถือ Bitcoin ข้ามคืน คุณจะไม่โดนหักค่าใช้จ่ายเหมือนสินทรัพย์อื่น
- เลเวอเรจ: ใช้ได้สูงสุด 1:100 สำหรับ Crypto (บางโบรกเกอร์ให้แค่ 1:2 หรือ 1:5)
ผมเคยเทรด Bitcoin กับโบรกเกอร์อื่นที่มีค่า Swap สูงถึง 50-80 USD ต่อ Lot ต่อคืน ถ้าถือ Position ข้ามสัปดาห์ ค่า Swap กินกำไรไปเยอะมาก แต่กับ Tickmill ผมสามารถวางแผน Long-term Position ได้สบายใจขึ้นเยอะ
การถอนเงินครั้งแรก: ใจเย็นๆ นะครับ
หลังจากเทรดได้กำไรสักพัก ผมตัดสินใจลองถอนเงินออกมาทดสอบระบบ (จริงๆ คือตื่นเต้น อยากรู้ว่าถอนได้จริงไหม)
กระบวนการถอนเงินที่ผมประสบ
วันที่ 1 (15.30 น.): ส่งคำขอถอนเงินผ่านหน้าเว็บ เลือกถอนเข้าบัญชีธนาคารไทย จำนวน 5,000 บาท
วันที่ 1 (16.00 น.): ได้รับอีเมลว่าคำขอถอนได้รับการอนุมัติแล้ว
วันที่ 2 (10.30 น.): เช็คแอปธนาคารแล้วเงินเข้าแล้ว! (รวมเวลาประมาณ 19 ชั่วโมง)
จำนวนเงินที่ได้รับจริง: 4,998 บาท (หายไป 2 บาทจากค่า conversion ประมาณนั้น ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมจาก Tickmill)
ตรงนี้ผมค่อนข้างพอใจ เพราะเคยเจอโบรกเกอร์บางรายที่ต้องรอ 3-5 วันทำการ และถูกหัก Commission ถอนเงินอีกด้วย ส่วน Tickmill ใช้เวลาประมาณ 1 วัน และไม่มีค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์
ปัญหาที่เจอและแก้ไขยังไง
ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ 100% ผมก็เจอปัญหาบ้างระหว่างการใช้งาน:
ปัญหาที่ 1: MT5 บน Mac ค้างบ่อย
ตอนแรกผม Download MT5 เวอร์ชัน Mac มาใช้ แต่พบว่าโปรแกรมค้างบ่อยมาก โดยเฉพาะตอนเปิดหลาย Chart
วิธีแก้: ผมเปลี่ยนมาใช้เวอร์ชัน Web-based แทน (เข้าผ่าน Browser) หรือไม่ก็เทรดผ่าน TradingView ที่เชื่อมต่อกับบัญชี Tickmill ได้ สะดวกและไม่มีปัญหาเรื่องค้างอีกเลย
ปัญหาที่ 2: Customer Support ไม่มีเบอร์โทรในไทย
ครั้งหนึ่งผมมีปัญหาเรื่องการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม (ต้องส่งเอกสารเพิ่ม) และอยากคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่พบว่า Tickmill ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ในไทย
วิธีแก้: ผมติดต่อผ่าน LINE Official ของ Tickmill ไทย ได้รับการตอบกลับภายใน 15-20 นาที แม้จะไม่ได้เร็วเท่าโทรคุยตรงๆ แต่ก็ถือว่าโอเคและแก้ปัญหาได้สำเร็จ
ปัญหาที่ 3: Spread กว้างมากช่วงข่าว NFP
ช่วงที่มีการประกาศตัวเลข Non-Farm Payroll (NFP) ของสหรัฐ Spread ของ EURUSD กระโดดขึ้นไปเป็น 8-10 pips ในบางช่วง
ความคิดเห็น: จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของตลาด Forex ในช่วงข่าวใหญ่ ไม่ใช่แค่ Tickmill แต่ทุกโบรกเกอร์จะเป็นแบบนี้ แต่ก็ต้องบอกว่า Spread ของ Tickmill ช่วงนี้กว้างกว่าโบรกเกอร์บางรายเล็กน้อย ดังนั้นถ้าคุณชอบเทรดข่าว ควรระวังเรื่องนี้ไว้
ฟีเจอร์พิเศษที่ผมใช้งานจริง
1. AUTOCHARTIST – ตัวช่วยหา Pattern
ผมใช้เครื่องมือ AUTOCHARTIST ที่ Tickmill ให้มาฟรี มันจะช่วยสแกนหา Pattern ต่างๆ บนกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders, Fibonacci Levels
ประโยชน์ที่ได้: ช่วยประหยัดเวลาในการนั่งจ้องกราฟ โดยเฉพาะช่วงที่ผมไม่มีเวลามาก ผมจะเปิด AUTOCHARTIST ให้มันสแกนแล้วส่งสัญญาณมา แล้วผมค่อยมาวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าจะเข้า Trade หรือไม่
2. Copy Trading กับ Myfxbook
Tickmill รองรับ Myfxbook Copy Trading ซึ่งผมได้ลองทดสอบใช้งาน โดยคัดลอกการเทรดของเทรดเดอร์ที่มี Track Record ดีมาสักพัก
ผลลัพธ์: ได้ผลผสม บางช่วงได้กำไรดี บางช่วงขาดทุนตาม ในที่สุดผมตัดสินใจไม่ใช้แล้วเพราะอยากควบคุมการเทรดเอง แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีเวลาหรือทักษะในการเทรด ฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
3. VPS สำหรับ EA (Expert Advisor)
ผมมีระบบ EA ที่ใช้เทรดอัตโนมัติ Tickmill มี VPS ให้เช่าในราคาพิเศษ (ถ้าคุณมี Equity ในบัญชีมากกว่า 12,000 USD ก็ใช้ VPS ฟรี แต่ผมยังไม่ถึง)
ผมต้องจ่ายค่า VPS เดือนละประมาณ 900 บาท (30 USD) แต่ได้ VPS ที่มี Latency ต่ำมากเพราะตั้งอยู่ใกล้กับ Server ของ Tickmill ทำให้ EA ทำงานได้ราบรื่นและรวดเร็ว
การจัดการความเสี่ยงที่ Tickmill ช่วยได้
Stop Loss และ Take Profit ที่แม่นยำ
ผมเคยเจอโบรกเกอร์บางรายที่ตั้ง Stop Loss ไว้แล้ว แต่มันไป Trigger ก่อนที่ราคาจะไปถึงจุดนั้นจริงๆ (เรียกว่า Stop Hunting)
กับ Tickmill ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่า ผมไม่เคยเจอปัญหานี้เลย Stop Loss และ Take Profit ทำงานตรงตามที่ตั้งไว้
Negative Balance Protection
ฟีเจอร์นี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ Leverage สูง ถ้าตลาดวิ่งแรงมากและบัญชีคุณติดลบ Tickmill จะไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติม (คุณจะไม่เป็นหนี้โบรกเกอร์)
ผมโชคดีที่ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นี้ แต่รู้ว่ามันมีอยู่ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะ
เรื่องโบนัสและโปรโมชัน – ได้จริงไหม?
หลายคนคงสงสัยว่าโบนัสที่ Tickmill แจกนั้นเป็นของจริงหรือแค่กลเม็ดทางการตลาด ผมได้ลองรับโบนัสมาแล้ว 2 ครั้ง:
โบนัสเงินฝาก 30%
ครั้งแรกที่เปิดบัญชี ผมฝากเงิน 10,000 บาท และได้รับโบนัส 30% คือ 3,000 บาท (ประมาณ 100 USD)
เงื่อนไขคือ: ต้องเทรดให้ครบปริมาณที่กำหนดก่อนถึงจะถอนโบนัสได้ โดยต้องเทรดครบ 30 Lot ต่อโบนัส 1 USD ซึ่งหมายความว่าผมต้องเทรดครบ 3,000 Lot ถึงจะถอนโบนัส 100 USD ได้
ผลลัพธ์: จริงๆ แล้วเงื่อนไขค่อนข้างหนัก ผมใช้เวลาเกือบ 6 เดือนถึงจะเทรดครบตามเงื่อนไข แต่ก็ถอนโบนัสออกมาได้จริง! แค่ต้องใช้เวลา ถ้าคุณเทรดบ่อยๆ อาจจะถึงเร็วกว่า
Tickmill Rewards – คะแนนสะสม
ทุกครั้งที่เทรด คุณจะได้คะแนนสะสมที่เรียกว่า Tickmill Rewards นำไปแลกของรางวัลได้ เช่น iPhone, PS5, หรือเงินสด
ผมสะสมคะแนนมาได้ประมาณ 15,000 คะแนน และแลกเป็นเงินสดมา 150 USD (ประมาณ 5,300 บาท) โอนเข้าบัญชีเทรดได้จริง ไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน
ความคิดเห็น: โบนัสและโปรโมชันของ Tickmill เป็นของจริง แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดและอย่าหวังว่าจะได้ในทันที
ความปลอดภัยของเงินลงทุน – สิ่งที่สำคัญที่สุด
นี่คือเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะไม่ว่าโบรกเกอร์จะดีแค่ไหน ถ้าเงินไม่ปลอดภัย ก็ไม่มีประโยชน์
การคุ้มครองเงินลูกค้า
Tickmill UK (ที่อยู่ภายใต้ FCA) มีระบบคุ้มครองเงินลูกค้าสูงสุด £85,000 (ประมาณ 3.8 ล้านบาท) ต่อราย ผ่าน Financial Services Compensation Scheme (FSCS)
นอกจากนี้ เงินของลูกค้ายังถูกเก็บแยกออกจากเงินของบริษัท (Segregated Account) ซึ่งหมายความว่าถ้าบริษัทล้ม เงินของลูกค้าจะไม่ถูกเอาไปใช้หนี้
การตรวจสอบความโปร่งใส
Tickmill เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ AIM ของลอนดอน (ชื่อ Ticker: TIM) ซึ่งหมายความว่ามีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะ คุณสามารถไปตรวจสอบงบการเงินของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์
สิ่งนี้ทำให้ผมมั่นใจว่า Tickmill ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์มั่วๆ ที่มาแล้วหายไป
เปรียบเทียบกับโบรกเกอร์อื่นที่ผมเคยใช้
ก่อนหน้านี้ผมเคยใช้โบรกเกอร์อื่นๆ ด้วย เช่น Exness, XM, และ IC Markets มาเปรียบเทียบกันดู:
Tickmill vs Exness
- Spread: Exness ชนะ (Spread แคบกว่า)
- การถอนเงิน: Exness ชนะ (ถอนได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง)
- ใบอนุญาต: Tickmill ชนะ (มี FCA ของสหราชอาณาจักรซึ่งเข้มงวดกว่า)
- การเทรด Crypto: Tickmill ชนะ (ไม่มีค่า Swap)
Tickmill vs XM
- โบนัส: XM ชนะ (มีโบนัสและโปรโมชันเยอะกว่าและง่ายกว่า)
- ใบอนุญาต: Tickmill ชนะ (น่าเชื่อถือกว่า)
- สินทรัพย์ให้เทรด: เสมอกัน (ทั้งสองมีครบ)
Tickmill vs IC Markets
- Spread: IC Markets ชนะ (Spread แคบกว่าเล็กน้อย)
- เลเวอเรจ: Tickmill ชนะ (ให้ได้สูงถึง 1:1000)
- ความสะดวกสำหรับคนไทย: Tickmill ชนะ (มีเว็บไซต์ภาษาไทยและทีมงานคนไทย)
สรุป: แต่ละโบรกเกอร์มีจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง Tickmill เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยเป็นหลัก และชอบเทรด Crypto ระยะยาว
Tickmill เหมาะกับใครบ้าง (จากประสบการณ์จริง)
จากการใช้งานมาระยะหนึ่ง ผมคิดว่า Tickmill เหมาะกับ:
✅ Swing Trader หรือ Position Trader – คนที่ถือ Position ข้ามวันหรือข้ามสัปดาห์ จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจาก Spread ที่กว้าง
✅ นักลงทุนที่ชอบเทรด Crypto – ถ้าคุณเทรด Bitcoin หรือ Ethereum และต้องการถือข้ามคืน การที่ไม่มีค่า Swap คือจุดเด่นใหญ่
✅ คนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย – การมีใบอนุญาต FCA และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มั่นใจได้ว่าเงินปลอดภัย
✅ เทรดเดอร์ที่ใช้ EA หรือ Trading Bot – การมี VPS ที่มี Latency ต่ำและรองรับ EA ทุกประเภท เหมาะมาก
❌ แต่อาจไม่เหมาะกับ:
- Scalper ที่เข้า-ออกบ่อยและต้องการ Spread แคบมากๆ
- คนที่มีเงินทุนน้อยกว่า 1,780 บาท
- คนที่ต้องการถอนเงินฉับไว (ภายใน 1-2 ชั่วโมง)
คำถามที่ผมเคยสงสัย (และได้คำตอบแล้ว)
1. ถ้าเทรดขาดทุนมาก บัญชีจะติดลบไหม?
คำตอบ: ไม่ครับ เพราะ Tickmill มี Negative Balance Protection คุณจะไม่เป็นหนี้โบรกเกอร์
2. ถ้าโบรกเกอร์ล้ม เงินจะหายไปด้วยไหม?
คำตอบ: เงินของลูกค้าถูกเก็บแยกออกจากเงินของบริษัท และมีประกันจาก FSCS สูงสุด £85,000 ต่อราย (สำหรับบัญชีภายใต้ FCA)
3. โบนัสถอนได้จริงไหม?
คำตอบ: ได้ครับ แต่ต้องเทรดให้ครบตามเงื่อนไข ซึ่งค่อนข้างหนักและใช้เวลานาน
4. ฝากเงินวันเสาร์-อาทิตย์ เงินเข้าไหม?
คำตอบ: เข้าครับ แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าวันธรรมดาเล็กน้อย
5. เทรด Forex กับ Tickmill ถูกกฎหมายไทยไหม?
คำตอบ: การเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ถูกกฎหมายนั้นไม่ผิดกฎหมายไทย แต่ก็ไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ ก.ล.ต. ไทย
สรุปความคิดเห็นสุดท้าย: Tickmill ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในปี 2026 ไหม?
หลังจากใช้งานมา 1 ปีกว่า คำตอบของผมคือ “ใช่” แต่มีเงื่อนไข
ข้อดีที่ชัดเจน
- ความน่าเชื่อถือสูง มีใบอนุญาตระดับ Tier 1
- เหมาะกับคนเทรด Crypto ระยะยาว (เพราะไม่มีค่า Swap)
- ระบบฝากถอนรวดเร็วและไม่มีค่าธรรมเนียม
- มีเครื่องมือและฟีเจอร์ครบครัน
- เว็บไซต์และซัพพอร์ตเป็นภาษาไทย
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ
- Spread Forex และทองคำค่อนข้างกว้าง ไม่เหมาะกับ Scalper
- การถอนเงินใช้เวลาประมาณ 1 วัน (ไม่เร็วเท่าบางโบรกเกอร์)
- ยอดฝากขั้นต่ำค่อนข้างสูง (1,780 บาท)
ถ้าคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเหมาะกับการเทรดระยะยาว Tickmill ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณเป็น Scalper หรือต้องการ Spread แคบมากๆ คุณอาจต้องพิจารณาโบรกเกอร์อื่นเพิ่มเติม
คะแนนจากผม: 8.5/10
ผมจะใช้ Tickmill ต่อไปไหม? ใช่ครับ โดยเฉพาะสำหรับการเทรด Bitcoin และ Swing Trading Forex แต่ถ้าจะ Scalping ผมจะใช้โบรกเกอร์อื่นที่ Spread แคบกว่า
Tickmill โกงไหม? ตรวจสอบความน่าเชื่อถือแบบตรงไปตรงมา
คำถามยอดฮิตของนักลงทุนไทยคือ “Tickmill โกงหรือไม่”
คำตอบต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
🔍 วิเคราะห์จาก 4 ปัจจัยหลัก
1. ใบอนุญาตระดับโลก
Tickmill อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายหน่วยงานชั้นนำ โดยเฉพาะ FCA (สหราชอาณาจักร) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเข้มงวดมาก
2. อายุบริษัทกว่า 10 ปี
ในตลาด Forex โบรกเกอร์ที่อยู่รอดเกิน 10 ปีถือว่าผ่านการพิสูจน์มาแล้วระดับหนึ่ง
3. โครงสร้างธุรกิจโปร่งใส
มีสำนักงานจริง เว็บไซต์ทางการชัดเจน ระบบฝาก–ถอนตรวจสอบได้
4. ชื่อเสียงในตลาดโลก
Tickmill ได้รับรางวัลโบรกเกอร์ด้าน Execution และ Trading Conditions ต่อเนื่องหลายปี
สรุป
จากข้อมูลทั้งหมด ไม่พบหลักฐานว่า Tickmill เป็นโบรกเกอร์โกง และจัดอยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสำหรับปี 2026
Tickmill ใบอนุญาต
Tickmill Group ได้รับใบอนุญาตจากหลายประเทศ ได้แก่
- Financial Conduct Authority (FCA) – สหราชอาณาจักร
- หมายเลขใบอนุญาต: 717270
- บริษัท: Tickmill UK Ltd
- Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) – ไซปรัส
- หมายเลขใบอนุญาต: 278/15
- บริษัท: Tickmill Europe Ltd
- Financial Services Authority (FSA) – เซเชลส์
- หมายเลขใบอนุญาต: SD008
- บริษัท: Tickmill Ltd
- Financial Sector Conduct Authority (FSCA) – แอฟริกาใต้
- หมายเลขใบอนุญาต: FSP 49464
- บริษัท: Tickmill South Africa (Pty) Ltd
- Dubai Financial Services Authority – ดูไบ
- หมายเลขใบอนุญาต: F007663
- บริษัท: Tickmill UK Ltd
การได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Tickmill มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ควรทราบว่าระดับการคุ้มครองอาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานกำกับดูแลและประเทศที่คุณอาศัยอยู่
Tickmill โบนัส
Tickmill มีโบนัสและโปรโมชั่นที่น่าสนใจหลายรายการ แม้ว่าจะไม่มีโบนัสเงินฝากแบบทั่วไป แต่ก็มีข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ดังนี้

- บัญชีต้อนรับ $30
- สำหรับลูกค้าใหม่
- ได้รับเงินทุน $30 เพื่อเริ่มต้นการเทรดโดยไม่ต้องฝากเงิน
- สามารถถอนกำไรที่ได้จากการใช้เงินโบนัสนี้ได้
- การแข่งขันเทรดเดอร์ประจำเดือน
- รางวัลรวมมูลค่า $1,000 สำหรับเทรดเดอร์ที่มีผลงานดีที่สุดสองคนในแต่ละเดือน
- NFP Machine
- โอกาสในการรับรางวัล $500 โดยการทำนายตัวเลข Non-Farm Payroll ได้อย่างแม่นยำ
- Tickmill Loyalty Program
- โปรแกรมสะสมคะแนนที่ให้รางวัลแก่ลูกค้าที่เทรดอย่างสม่ำเสมอ
- คะแนนสามารถแลกเป็นเงินสดหรือของรางวัลอื่นๆ ได้
- VPS ฟรี
- สำหรับลูกค้าที่มียอดการเทรดถึงเกณฑ์ที่กำหนด
- เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ EA หรือต้องการความเสถียรในการเทรด
- Cashback
- คืนเงินตามปริมาณการเทรด สูงสุดถึง 10% ของค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่น
- โปรแกรมแนะนำเพื่อน (Refer a Friend)
- รับรางวัลเมื่อแนะนำเพื่อนให้มาเปิดบัญชีและเทรดกับ Tickmill
ควรทราบว่าโบนัสและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงและมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนเข้าร่วมโปรโมชั่นใดๆ
Tickmill แพลตฟอร์ม

Tickmill นำเสนอแพลตฟอร์มการเทรดที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเทรดทุกระดับ แพลตฟอร์มหลักๆ ได้แก่
- MetaTrader 4 (MT4)
- แพลตฟอร์มยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาด Forex
- มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคมากมาย
- รองรับการใช้งาน Expert Advisors (EAs)
- มีทั้งเวอร์ชันสำหรับ Windows, Mac, เว็บเบราว์เซอร์ และมือถือ
- MetaTrader 5 (MT5)
- รุ่นที่พัฒนาต่อจาก MT4 มีฟีเจอร์เพิ่มเติมหลายอย่าง
- รองรับการเทรดสินทรัพย์หลากหลายประเภทมากขึ้น
- มีเครื่องมือวิเคราะห์และทดสอบกลยุทธ์ที่ทันสมัย
- มีทั้งเวอร์ชันสำหรับ Windows, Mac, เว็บเบราว์เซอร์ และมือถือ
- TradingView
- แพลตฟอร์มการเทรดผ่านเว็บเบราว์เซอร์
- ไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
- ใช้งานง่ายและสะดวกสำหรับการเทรดทุกที่ทุกเวลา
- Mobile Trading Apps
- แอปพลิเคชันมือถือสำหรับ iOS และ Android
- รองรับการเทรดแบบเคลื่อนที่
- มีฟังก์ชันการใช้งานครบถ้วนเหมือนกับเวอร์ชันบนคอมพิวเตอร์
- Tickmill Trader (เฉพาะบางภูมิภาค)
- แพลตฟอร์มที่พัฒนาโดย Tickmill เอง
- ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ Tickmill ยังรองรับการใช้งาน APIs สำหรับการเทรดอัตโนมัติและการพัฒนาระบบเทรดส่วนตัว
จุดเด่นของแพลตฟอร์ม Tickmill
- การดำเนินการที่รวดเร็ว
- สเปรดต่ำ
- รองรับหลายภาษา (แต่ไม่มีภาษาไทย)
- มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่หลากหลาย
- รองรับการใช้งาน EAs และ Algorithmic Trading
- มีบัญชีทดลองให้ทดสอบก่อนใช้งานจริง
Tickmill เทรดอะไรได้บ้าง

Tickmill นำเสนอผลิตภัณฑ์การเทรดที่หลากหลาย ครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภท ดังนี้
- Forex
- มีคู่สกุลเงินให้เลือกเทรดมากกว่า 60 คู่
- รวมทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง และคู่เงินแปลก
- สเปรดเริ่มต้นตั้งแต่ 0.0 pips สำหรับบัญชี Pro และ VIP
- โลหะมีค่า
- ทองคำ (XAU/USD)
- เงิน (XAG/USD)
- แพลทินัม (XPT/USD)
- พาลาเดียม (XPD/USD)
- ดัชนีหุ้น
- CFDs บนดัชนีหุ้นสำคัญทั่วโลก เช่น S&P 500, NASDAQ, Dow Jones, DAX, FTSE 100
- มีทั้งแบบ Cash Indices และ Futures Indices
- พลังงาน
- น้ำมันดิบ WTI
- น้ำมันดิบ Brent
- ก๊าซธรรมชาติ
- หุ้นรายตัว
- CFDs บนหุ้นของบริษัทชั้นนำจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก
- มีให้เลือกมากกว่า 80 หุ้น
- สินค้าโภคภัณฑ์
- โกโก้
- กาแฟ
- น้ำตาล
- ฝ้าย
- พันธบัตรรัฐบาล
- CFDs บนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร
- คริปโตเคอร์เรนซี
- CFDs บนสกุลเงินดิจิทัลยอดนิยม เช่น Bitcoin, Ethereum, Litecoin, Ripple
ข้อดีของผลิตภัณฑ์เทรดที่ Tickmill:
- มีสินทรัพย์ให้เลือกเทรดหลากหลาย
- สเปรดต่ำ โดยเฉพาะในบัญชี Pro และ VIP
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเทรด Forex ในบัญชี Classic
- การดำเนินการคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็ว
- มีเครื่องมือและทรัพยากรการเรียนรู้สำหรับแต่ละประเภทสินทรัพย์
ข้อควรระวัง:
- ค่า Swap อาจสูงในบางคู่สกุลเงินหรือสินทรัพย์
- สภาพคล่องอาจต่ำในบางสินทรัพย์ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
- ควรศึกษาและทำความเข้าใจกับแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนเริ่มเทรด
Tickmill ประเภทบัญชี

Tickmill นำเสนอประเภทบัญชีที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเทรดทุกระดับ ประเภทบัญชีหลักๆ มีดังนี้
บัญชี Classic
- เหมาะกับมือใหม่ ไม่อยากคำนวณค่าคอม
- เงินฝากขั้นต่ำ: $100
- สเปรดเริ่มต้นที่ 1.6 pips สำหรับ EUR/USD
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
- เลเวอเรจสูงสุด 1:1000
บัญชี Raw
- เหมาะกับสาย Scalping / EA / เทรดจริงจัง
- เงินฝากขั้นต่ำ: $100
- สเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips สำหรับ EUR/USD
- มีค่าคอมมิชชั่น $6 ต่อล็อต (เปิดและปิด)
- เลเวอเรจสูงสุด 1:1000
บัญชี TradingView Raw
- เหมาะสำหรับนักเทรดมืออาชีพและสายวิเคราะห์กราฟขั้นสูง
- เงินฝากขั้นต่ำ: $100
- สเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips
- มีค่าคอมมิชชั่น $7 ต่อล็อต (เปิดและปิด)
- เลเวอเรจสูงสุด 1:1000
- เทรดบน TradingVeiw โดยตรง
Tickmill ฝากเงิน ถอนเงิน
Tickmill มีช่องทางการฝากและถอนเงินที่หลากหลาย รองรับความต้องการของนักลงทุนในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ดังนี้
วิธีการฝากเงิน
- บัตรเครดิต/เดบิต (Visa, Mastercard)
- การโอนเงินผ่านธนาคาร (รวมถึงธนาคารไทย)
- E-wallets (Skrill, Neteller, FasaPay)
- การโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ
- คริปโตเคอร์เรนซี (Bitcoin, Ethereum, Tether)
วิธีการถอนเงิน
- การโอนเงินผ่านธนาคาร
- E-wallets
- บัตรเครดิต/เดบิต
- คริปโตเคอร์เรนซี
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการฝาก-ถอนเงิน
- ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน
- การถอนเงินบางวิธีอาจมีค่าธรรมเนียม
- เวลาในการดำเนินการถอนเงินโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 วันทำการ
- มีระบบถอนเงินอัตโนมัติ สามารถถอนได้แม้ในวันหยุด
- รองรับการฝาก-ถอนผ่านธนาคารไทยหลายแห่ง
ข้อดีของระบบฝาก-ถอนเงินของ Tickmill
- มีช่องทางที่หลากหลาย
- ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน
- การดำเนินการค่อนข้างรวดเร็ว
- รองรับธนาคารไทย
ข้อควรระวัง
- ตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดในการฝาก-ถอนเงินของแต่ละวิธีให้ดีก่อนทำรายการ
- ควรใช้บัญชีธนาคารหรือวิธีการชำระเงินที่เป็นชื่อเดียวกับบัญชีเทรดเพื่อป้องกันปัญหาในการถอนเงิน
- อาจมีข้อจำกัดด้านวงเงินสำหรับการฝากและถอนในบางวิธี
- การถอนเงินครั้งแรกอาจต้องผ่านการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย
Tickmill ติดต่อ

Tickmill มีช่องทางการติดต่อและบริการสนับสนุนลูกค้าหลายรูปแบบ ดังนี้
- Live Chat
- บริการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
- สามารถเข้าถึงได้จากหน้าเว็บไซต์หลัก
- Line
- สแกน QR หน้าเว็บไซต์ Tickmill โดยกดไปที่ ติดต่อเรา
- ให้บริการคนไทยโดยตรง มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ
- อีเมล
- สำหรับคำถามทั่วไป: support@tickmill.com
- สำหรับฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิค: support@tickmill.eu
- แบบฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์
- สามารถส่งข้อความถึงทีมสนับสนุนได้โดยตรงผ่านแบบฟอร์มบนเว็บไซต์
- สื่อสังคมออนไลน์
- Facebook: /Tickmill
- Twitter: @Tickmill
- LinkedIn: /company/tickmill
- Instagram: @tickmill_official
- YouTube: Tickmill
- ที่อยู่สำนักงาน
- สำนักงานใหญ่: 3, F28-F29 Eden Plaza, Eden Island, Mahe, Seychelles
- สำนักงานในยุโรป: Kedron 9, Mesa Geitonia, Limassol 4004, Cyprus
คำแนะนำในการติดต่อ:
- เตรียมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัญชีของคุณ เช่น หมายเลขบัญชี ก่อนติดต่อ
- ระบุปัญหาหรือคำถามของคุณอย่างชัดเจนและกระชับ
- หากเป็นปัญหาทางเทคนิค ควรให้รายละเอียดเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและเวอร์ชันของแพลตฟอร์มที่คุณใช้
- เก็บบันทึกการติดต่อทุกครั้งเพื่อการอ้างอิงในอนาคต
สรุป: Tickmill ดีไหม? เหมาะกับใครในปี 2026
Tickmill เหมาะกับ
-
คนที่เน้นความน่าเชื่อถือ
-
เทรดเดอร์สาย Raw / EA / Scalping
-
คนที่ใช้ TradingView เป็นหลัก
-
ผู้ที่ต้องการโบรกเกอร์มั่นคงระยะยาว
อาจไม่เหมาะกับ
-
คนที่ต้องการ Spread ทองคำต่ำมาก
-
ผู้ที่มีงบเริ่มต้นต่ำกว่า $100
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Tickmill ถูกกฎหมายไหม?
✔ ถูกกฎหมาย และได้รับการกำกับดูแลจากหลายประเทศ
Tickmill มีบัญชี Demo ไหม?
✔ มี เปิดทดลองได้ฟรี
Tickmill Hedging ได้ไหม?
✔ ได้เต็มรูปแบบ
Tickmill ถอนเงินยากไหม?
✔ ไม่ยาก และไม่คิดค่าธรรมเนียม
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง
การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง อาจขาดทุนเกินเงินลงทุน ควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงก่อนลงทุน

FOREXDUCK (นามปากกา) นักเขียนของเรามีประสบการณ์การเงินการลงทุนกว่า 10 ปี มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาด Forex และคริปโต โดยเฉพาะการวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงเทคนิคต่าง