ในปี 2026 การลงทุนออนไลน์ โดยเฉพาะ Forex และ CFD เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจำนวนโบรกเกอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่นักลงทุนไทยให้ความสำคัญมากที่สุดจึงไม่ใช่แค่ “สเปรดถูก” แต่คือคำถามว่า
Tickmill โกงไหม? และ Tickmill น่าเชื่อถือจริงหรือไม่?
บทความนี้จะพาคุณรีวิว Tickmill แบบเจาะลึกทุกมิติ ตั้งแต่ใบอนุญาต ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายจริง ประเภทบัญชี แพลตฟอร์ม ไปจนถึงข้อดี–ข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในปี 2026
Tickmill คืออะไร
Tickmill คือโบรกเกอร์ Forex และ CFD ระดับสากล ก่อตั้งในปี 2014 โดย Ingmar Mattus, Illimar Mattus และ Nikolai Nikolajenko มีสำนักงานใหญ่ที่ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
ปัจจุบัน Tickmill ให้บริการลูกค้าในกว่า 180 ประเทศ และมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อเดือนระดับ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วและมั่นคงในตลาดโลก

สินทรัพย์ที่รองรับ ได้แก่
- Forex
- ดัชนีหุ้น
- สินค้าโภคภัณฑ์
- หุ้น
- คริปโตเคอร์เรนซี
- ETF และตราสารอนุพันธ์อื่น ๆ
Tickmill โกงไหม – ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
คำถามยอดฮิตของนักลงทุนไทยคือ “Tickmill โกงหรือไม่”
คำตอบต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
🔍 วิเคราะห์จาก 4 ปัจจัยหลัก
1. ใบอนุญาตระดับโลก
Tickmill อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายหน่วยงานชั้นนำ โดยเฉพาะ FCA (สหราชอาณาจักร) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเข้มงวดมาก
2. อายุบริษัทกว่า 10 ปี
ในตลาด Forex โบรกเกอร์ที่อยู่รอดเกิน 10 ปีถือว่าผ่านการพิสูจน์มาแล้วระดับหนึ่ง
3. โครงสร้างธุรกิจโปร่งใส
มีสำนักงานจริง เว็บไซต์ทางการชัดเจน ระบบฝาก–ถอนตรวจสอบได้
4. ชื่อเสียงในตลาดโลก
Tickmill ได้รับรางวัลโบรกเกอร์ด้าน Execution และ Trading Conditions ต่อเนื่องหลายปี
สรุป:
จากข้อมูลทั้งหมด ไม่พบหลักฐานว่า Tickmill เป็นโบรกเกอร์โกง และจัดอยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสำหรับปี 2026
ใบอนุญาตและการกำกับดูแล Tickmill
Tickmill มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือ
- Financial Conduct Authority (FCA) – สหราชอาณาจักร
- เลขที่ใบอนุญาต: 717270
- ระดับความน่าเชื่อถือ: สูง (Tier 1)
- บริษัทที่จดทะเบียน: Tickmill UK Ltd
- ระดับความน่าเชื่อถือ: ⭐⭐⭐⭐⭐
- Cyprus Securities & Exchange Commission (CySEC) – ไซปรัส
- เลขที่ใบอนุญาต: 278/15
- ระดับความน่าเชื่อถือ: ปานกลาง (ระดับ 2)
- บริษัทที่จดทะเบียน: Tickmill Europe Ltd
- Financial Sector Conduct Authority (FSCA) – แอฟริกาใต้
- เลขที่ใบอนุญาต: 49464
- ระดับความน่าเชื่อถือ: ปานกลาง (ระดับ 2)
- บริษัทที่จดทะเบียน: Tickmill South Africa (PTY) Ltd
- Labuan Financial Services Authority (Labuan FSA) – มาเลเซีย
- เลขที่ใบอนุญาต: MB/18/0028
- ระดับความน่าเชื่อถือ: ปานกลาง (ระดับ 2)
- บริษัทที่จดทะเบียน: Tickmill Asia Ltd
- Dubai Financial Services Authority (DFSA) – สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- เลขที่ใบอนุญาต: F007663
- ระดับความน่าเชื่อถือ: ปานกลาง (ระดับ 2)
- บริษัทที่จดทะเบียน: Tickmill UK Ltd
- Financial Services Authority Seychelles (FSA Seychelles) – เซเชลส์
- เลขที่ใบอนุญาต: SD008
- ระดับความน่าเชื่อถือ: ต่ำ (ระดับ 3)
- บริษัทที่จดทะเบียน: Tickmill Ltd
การมีใบอนุญาต FCA คือจุดแข็งที่สุดของ Tickmill ในแง่ความปลอดภัยเงินทุน
Tickmill เทรดอะไรได้บ้าง
Tickmill เป็นโบรกเกอร์สาย “ครบเครื่อง” รองรับสินทรัพย์มากกว่า 600 รายการ
- Forex: มากกว่า 60 คู่เงิน
- ดัชนี: S&P 500, NASDAQ, Dow Jones, DAX
- สินค้าโภคภัณฑ์: ทองคำ, เงิน, น้ำมัน
- หุ้น CFD: บริษัทชั้นนำทั่วโลก
- คริปโต: BTC, ETH, LTC (ไม่มี Swap)
- ETF & Futures (บางเขตอำนาจ)
ประเภทบัญชีของ Tickmill
Tickmill มีบัญชีให้เลือก 2 ประเภทหลัก
1. บัญชี Classic
- ฝากขั้นต่ำ: 100 USD (3,200 บาท)
- สกุลเงินหลัก: USD, EUR, GBP, ZAR
- Spread เริ่มต้น: 1.6 Pips
- ค่าคอมมิชชัน: ไม่มี
- ค่า Swap: มี
- เลเวอเรจสูงสุด: 1:1000
- Lot ต่ำสุด: 0.01
เหมาะกับมือใหม่ ไม่อยากคำนวณค่าคอม
2. บัญชี Raw
- ฝากขั้นต่ำ: 100 USD (3,200 บาท)
- สกุลเงินหลัก: USD, EUR, GBP, ZAR
- Spread เริ่มต้น: 0.0 Pips
- ค่าคอมมิชชัน: $6 ต่อ Lot (รวมเปิด-ปิด ออเดอร์)
- ค่า Swap: มี
- เลเวอเรจสูงสุด: 1:1000
- Lot ต่ำสุด: 0.01
เหมาะกับสาย Scalping / EA / เทรดจริงจัง
TradingView Raw (ใหม่)
- ฝากขั้นต่ำ: 100 USD (3,200 บาท)
- สกุลเงินหลัก: USD
- Spread เริ่มต้น: 0.0 Pips
- คอมมิชชั่น: $7.0 ต่อ lot (รวมเปิด-ปิด ออเดอร์)
- เลเวอเรจสูงสุด: 1:1000
- Lot ต่ำสุด: 0.01
- ใช้กับ TradingView โดยตรง
เหมาะกับสายวิเคราะห์กราฟขั้นสูง
ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของ Tickmill
ค่า Spread
- EURUSD: เฉลี่ย 16.0 Point / 1 Lot
- USDJPY: เฉลี่ย 16.4 Point / 1 Lot
- GBPUSD: เฉลี่ย 16.0 Point / 1 Lot
- AUDUSD: เฉลี่ย 16.0 Point / 1 Lot
- USDCAD: เฉลี่ย 17.8 Point / 1 Lot
- USDCHF: เฉลี่ย 18.6 Point / 1 Lot
- NZDUSD: เฉลี่ย 18.2 Point / 1 Lot
- ทองคำ (XAUUSD): เฉลี่ย 32.7 USD / 1 Lot
- Bitcoin (BTCUSD): เฉลี่ย 0.03837% ของราคา Bitcoin
ค่า Swap
- Forex: ต่ำ–ปานกลาง
- Swap Long: -6 USD ต่อ 1 Lot ต่อคืน
- Swap Short: +3 USD ต่อ 1 Lot ต่อคืน
- ทองคำ (XAUUSD): ค่อนข้างสูง
- Swap Long: -33 USD ต่อ 1 Lot ต่อคืน
- Swap Short: +21 USD ต่อ 1 Lot ต่อคืน
- Bitcoin (BTCUSD): ไม่มีค่า Swap
ค่าธรรมเนียมฝากถอน
- ค่าธรรมเนียมฝากเงิน: ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมถอนเงิน: ไม่มี
จากการทดสอบพบว่า Tickmill มีเรทฝากถอนที่ดี โดยเมื่อฝากเงิน 1,780 บาท และถอนออกทันที ได้รับเงินคืน 1,779.76 บาท คิดเป็นการสูญเสียเพียง 0.0135% ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่น ๆ
แพลตฟอร์มการเทรดของ Tickmill
Tickmill รองรับแพลตฟอร์มการเทรดหลายรูปแบบ:
1. MetaTrader 4 (MT4)
- แพลตฟอร์มการเทรดยอดนิยม
- มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน
- รองรับทั้งบน Windows, macOS, Android และ iOS
2. MetaTrader 5 (MT5)
- พัฒนาต่อจาก MT4
- มีเครื่องมือการเทรดมากกว่า
- มีหน้าตาที่ทันสมัยและใช้งานง่ายกว่า
- มีความลึกของตลาด (Depth of Market)
- มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัว
3. TradingView
- สามารถเชื่อมต่อบัญชี Tickmill กับ TradingView
- ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านหน้าเว็บหรือแอป TradingView ได้โดยตรง
4. แอป Tickmill
- ใช้สำหรับจัดการบัญชี
- ฝากถอนเงิน
- เปิดบัญชีเพิ่ม
- ดูข้อมูล IB
- หมายเหตุ: ไม่สามารถใช้เทรดได้โดยตรง
นอกจากนี้ Tickmill ยังมีเครื่องมือเสริมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น:
- AUTOCHARTIST: เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค
- Myfxbook Copy Trading: คัดลอกการเทรดของเทรดเดอร์อื่น
- PELICAN TRADING: คัดลอกการเทรดผ่านแอปมือถือ
- Tickmill VPS: สำหรับรันระบบเทรดอัตโนมัติ (EA)
- Trade Buddy Toolkit: เครื่องมือช่วยเทรดขั้นสูง
หลังจากที่ผมใช้งาน Tickmill มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2024 จนถึงต้นปี 2026 นี่ วันนี้ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์จริงๆ ที่ได้รับจากการเทรดกับโบรกเกอร์ตัวนี้ ทั้งด้านดีและด้านที่ยังต้องปรับปรุง เพราะผมเชื่อว่าหลายคนคงกำลังสงสัยว่า “Tickmill ในปี 2026 ยังใช้ได้อยู่ไหม” หรือ “มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง”
ประสบการณ์แรกเริ่ม: การเปิดบัญชีที่ง่ายกว่าที่คิด
ตอนแรกผมค่อนข้างกังวลเรื่องขั้นตอนการเปิดบัญชี เพราะเคยได้ยินว่าโบรกเกอร์ใหญ่ใบอนุญาตเข้มๆ มักจะมีกระบวนการ KYC ที่ยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้ว Tickmill ทำให้ผมประหลาดใจ
กระบวนการเปิดบัญชีที่ผมเจอ
ขั้นตอนที่ 1: กรอกข้อมูลพื้นฐาน (ชื่อ, อีเมล, เบอร์โทร) ใช้เวลาแค่ 3-4 นาที
ขั้นตอนที่ 2: ยืนยันตัวตน – อัปโหลดบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่ (บิลค่าน้ำ-ค่าไฟ หรือ statement ธนาคาร)
ขั้นตอนที่ 3: รอการอนุมัติ – ผมส่งเอกสารเสร็จช่วงเย็น พอตื่นเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้รับอีเมลว่าบัญชีผ่านการอนุมัติแล้ว (ประมาณ 14 ชั่วโมง)
สิ่งที่ผมชอบคือเว็บไซต์เป็นภาษาไทยทั้งหมด ไม่ต้องมานั่งแปลภาษา และมีทีมงานคนไทยคอยตอบคำถามทาง LINE อย่างรวดเร็ว ตอนที่ผมจงใจส่งหลักฐานผิด (ส่งสลิปเงินเดือนไปแทนบิลค่าไฟ) พนักงานก็ติดต่อกลับมาแนะนำอย่างสุภาพภายในไม่กี่ชั่วโมง
การฝากเงินครั้งแรก: ทดสอบด้วยจำนวนขั้นต่ำ
เมื่อบัญชีผ่านการอนุมัติแล้ว ผมตัดสินใจฝากเงินด้วยจำนวนขั้นต่ำที่ 100 USD ประมาณ 3,200 บาท ผ่านระบบ QR Code ของธนาคารไทยพาณิชย์
ประสบการณ์การฝากเงิน
- เวลาที่ใช้: สแกน QR Code ผ่านแอปธนาคาร ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที
- ระยะเวลารอเงินเข้า: เงินเข้าบัญชีทันที (จริงๆ คือภายใน 10 วินาที หลังจากกดยืนยันการโอน)
- ค่าธรรมเนียม: ไม่มีค่าธรรมเนียมจากทาง Tickmill เลย
ตรงนี้ทำให้ผมประทับใจมาก เพราะเคยใช้โบรกเกอร์อื่นที่ต้องรอเงินเข้าเป็นชั่วโมง บางทีพอเงินเข้าราคาก็วิ่งไปแล้ว
ทดสอบการเทรดจริง: MT5 เป็นตัวเลือกหลักของผม
ผม Download แพลตฟอร์ม MT5 มาใช้บนคอม เพราะชอบ interface ที่ทันสมัยกว่า MT4 และมีเครื่องมือวิเคราะห์ในตัวมากกว่า
สิ่งที่ผมสังเกตได้จากการเทรดจริง
1. ความเร็วในการ Execution
- คำสั่ง Market Order เข้าแทบจะทันที ไม่เคยเจอปัญหา Requote เลยในช่วง 1 ปีกว่าที่ใช้
- ช่วงข่าว High Impact (เช่น ประกาศดอกเบี้ย FED) บางครั้งมี Slippage เล็กน้อย 0.2-0.5 pips แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
2. Spread ในการเทรด Forex
- ผมใช้บัญชี Classic (เพราะไม่อยากจ่ายค่า Commission)
- Spread EURUSD ที่เจอจริงอยู่ที่ประมาณ 1.6-1.9 pips ในช่วงตลาดปกติ
- ช่วงตลาดเงียบๆ (เช่น ตี 2-3 ตามเวลาไทย) Spread จะกว้างขึ้นเป็น 2.5-3 pips
ความรู้สึกของผม: Spread ถือว่าสูงกว่าโบรกเกอร์ที่เน้นแข่งขันด้านต้นทุน แต่ก็ไม่ได้แพงจนทำให้เทรดไม่ได้ ถ้าคุณเทรดแบบ Swing Trade หรือถือ Position ข้ามวัน ผลกระทบจาก Spread ตรงนี้จะไม่เยอะ แต่ถ้าเป็น Scalper ที่เข้า-ออกบ่อยๆ อาจจะรู้สึกว่าต้นทุนสูงไปหน่อย
3. การเทรด Bitcoin – นี่คือจุดเด่นจริงๆ ผมเริ่มเทรด Bitcoin บน Tickmill ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 และตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมอยู่กับโบรกเกอร์ตัวนี้ต่อ
- Spread Bitcoin: ประมาณ 0.038% ของราคา (ถ้า Bitcoin อยู่ที่ 100,000 USD Spread ก็จะอยู่ที่ประมาณ 38 USD)
- ไม่มีค่า Swap: ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณถือ Bitcoin ข้ามคืน คุณจะไม่โดนหักค่าใช้จ่ายเหมือนสินทรัพย์อื่น
- เลเวอเรจ: ใช้ได้สูงสุด 1:100 สำหรับ Crypto (บางโบรกเกอร์ให้แค่ 1:2 หรือ 1:5)
ผมเคยเทรด Bitcoin กับโบรกเกอร์อื่นที่มีค่า Swap สูงถึง 50-80 USD ต่อ Lot ต่อคืน ถ้าถือ Position ข้ามสัปดาห์ ค่า Swap กินกำไรไปเยอะมาก แต่กับ Tickmill ผมสามารถวางแผน Long-term Position ได้สบายใจขึ้นเยอะ
การถอนเงินครั้งแรก: ใจเย็นๆ นะครับ
หลังจากเทรดได้กำไรสักพัก ผมตัดสินใจลองถอนเงินออกมาทดสอบระบบ (จริงๆ คือตื่นเต้น อยากรู้ว่าถอนได้ภายใน 24 ชั่วโมงจริงไหม)
กระบวนการถอนเงินที่ผมประสบ
วันที่ 1 (15.30 น.): ส่งคำขอถอนเงินผ่านหน้าเว็บ เลือกถอนเข้าบัญชีธนาคารไทย จำนวน 100 USD
วันที่ 1 (16.00 น.): ได้รับอีเมลว่าคำขอถอนได้รับการอนุมัติแล้ว
วันที่ 2 (10.30 น.): เช็คแอปธนาคารแล้วเงินเข้าแล้ว! (รวมเวลาประมาณ 19 ชั่วโมง)
จำนวนเงินที่ได้รับจริง: 3,106 บาท (หายไป 2 บาทจากค่า conversion ประมาณนั้น ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมจาก Tickmill)
ตรงนี้ผมค่อนข้างพอใจ เพราะเคยเจอโบรกเกอร์บางรายที่ต้องรอ 1-3 วันทำการ และถูกหัก Commission ถอนเงินอีกด้วย ส่วน Tickmill ใช้เวลาประมาณ 1 วัน และไม่มีค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์
ปัญหาที่เจอและแก้ไขยังไง
ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ 100% ผมก็เจอปัญหาบ้างระหว่างการใช้งาน
ปัญหาที่ 1: MT5 บน Mac ค้างบ่อย
ตอนแรกผม Download MT5 เวอร์ชั่น Mac มาใช้ แต่พบว่าโปรแกรมค้างบ่อยมาก โดยเฉพาะตอนเปิดหลาย Chart
วิธีแก้: ผมเปลี่ยนมาใช้เวอร์ชั่น Web-based แทน (เข้าผ่าน Browser) หรือไม่ก็เทรดผ่าน TradingView ที่เชื่อมต่อกับบัญชี Tickmill ได้ สะดวกและไม่มีปัญหาเรื่องค้างอีกเลย
ปัญหาที่ 2: Customer Support ไม่มีเบอร์โทรในไทย
ครั้งหนึ่งผมมีปัญหาเรื่องการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม (ต้องส่งเอกสารเพิ่ม) และอยากคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่พบว่า Tickmill ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ในไทย
วิธีแก้: ผมติดต่อผ่าน LINE Official ของ Tickmill ไทย ได้รับการตอบกลับภายใน 15-20 นาที แม้จะไม่ได้เร็วเท่าโทรคุยตรงๆ แต่ก็ถือว่าโอเคและแก้ปัญหาได้สำเร็จ
ปัญหาที่ 3: Spread กว้างมากช่วงข่าว NFP
ช่วงที่มีการประกาศตัวเลข Non-Farm Payroll (NFP) ของสหรัฐ Spread ของ EURUSD กระโดดขึ้นไปเป็น 8-10 pips ในบางช่วง
ความคิดเห็น: จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของตลาด Forex ในช่วงข่าวใหญ่ ไม่ใช่แค่ Tickmill แต่ทุกโบรกเกอร์จะเป็นแบบนี้ แต่ก็ต้องบอกว่า Spread ของ Tickmill ช่วงนี้กว้างกว่าโบรกเกอร์บางรายเล็กน้อย ดังนั้นถ้าคุณชอบเทรดข่าว ควรระวังเรื่องนี้ไว้
ฟีเจอร์พิเศษที่ผมใช้งานจริง
1. AUTOCHARTIST – ตัวช่วยหา Pattern
ผมใช้เครื่องมือ AUTOCHARTIST ที่ Tickmill ให้มาฟรี มันจะช่วยสแกนหา Pattern ต่างๆ บนกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders, Fibonacci Levels
ประโยชน์ที่ได้: ช่วยประหยัดเวลาในการนั่งจ้องกราฟ โดยเฉพาะช่วงที่ผมไม่มีเวลามาก ผมจะเปิด AUTOCHARTIST ให้มันสแกนแล้วส่งสัญญาณมา แล้วผมค่อยมาวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าจะเข้า Trade หรือไม่
2. Copy Trading กับ Myfxbook
Tickmill รองรับ Myfxbook Copy Trading ซึ่งผมได้ลองทดสอบใช้งาน โดยคัดลอกการเทรดของเทรดเดอร์ที่มี Track Record ดีมาสักพัก
ผลลัพธ์: ได้ผลผสม บางช่วงได้กำไรดี บางช่วงขาดทุนตาม ในที่สุดผมตัดสินใจไม่ใช้แล้วเพราะอยากควบคุมการเทรดเอง แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีเวลาหรือทักษะในการเทรด ฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
3. VPS สำหรับ EA (Expert Advisor)
ผมมีระบบ EA ที่ใช้เทรดอัตโนมัติ Tickmill มี VPS ให้เช่าในราคาพิเศษ (ถ้าคุณมี Equity ในบัญชีมากกว่า 12,000 USD ก็ใช้ VPS ฟรี แต่ผมยังไม่ถึง)
ผมต้องจ่ายค่า VPS เดือนละประมาณ 900 บาท (30 USD) แต่ได้ VPS ที่มี Latency ต่ำมากเพราะตั้งอยู่ใกล้กับ Server ของ Tickmill ทำให้ EA ทำงานได้ราบรื่นและรวดเร็ว
การจัดการความเสี่ยงที่ Tickmill ช่วยได้
Stop Loss และ Take Profit ที่แม่นยำ
ผมเคยเจอโบรกเกอร์บางรายที่ตั้ง Stop Loss ไว้แล้ว แต่มันไป Trigger ก่อนที่ราคาจะไปถึงจุดนั้นจริงๆ (เรียกว่า Stop Hunting)
กับ Tickmill ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่า ผมไม่เคยเจอปัญหานี้เลย Stop Loss และ Take Profit ทำงานตรงตามที่ตั้งไว้
Negative Balance Protection
ฟีเจอร์นี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ Leverage สูง ถ้าตลาดวิ่งแรงมากและบัญชีคุณติดลบ Tickmill จะไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติม (คุณจะไม่เป็นหนี้โบรกเกอร์)
ผมโชคดีที่ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นี้ แต่รู้ว่ามันมีอยู่ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะ
เรื่องโบนัสและโปรโมชั่น – ได้จริงไหม?
หลายคนคงสงสัยว่าโบนัสที่ Tickmill แจกนั้นเป็นของจริงหรือแค่กลเม็ดทางการตลาด ผมได้ลองรับโบนัสมาแล้ว 2 ครั้ง
โบนัสเงินฝาก 30%
ครั้งแรกที่เปิดบัญชี ผมฝากเงิน 10,000 บาท (ประมาณ 330 USD) และได้รับโบนัส 30% คือ 3,000 บาท (ประมาณ 100 USD)
เงื่อนไขคือ: ต้องเทรดให้ครบปริมาณที่กำหนดก่อนถึงจะถอนโบนัสได้ โดยต้องเทรดครบ 30 Lot ต่อโบนัส 1 USD ซึ่งหมายความว่าผมต้องเทรดครบ 3,000 Lot ถึงจะถอนโบนัส 100 USD ได้
ผลลัพธ์: จริงๆ แล้วเงื่อนไขค่อนข้างหนัก ผมใช้เวลาเกือบ 6 เดือนถึงจะเทรดครบตามเงื่อนไข แต่ก็ถอนโบนัสออกมาได้จริง! แค่ต้องใช้เวลา ถ้าคุณเทรดบ่อยๆ อาจจะถึงเร็วกว่า
Tickmill Rewards – คะแนนสะสม
ทุกครั้งที่เทรด คุณจะได้คะแนนสะสมที่เรียกว่า Tickmill Rewards นำไปแลกของรางวัลได้ เช่น iPhone, PS5, หรือเงินสด
ผมสะสมคะแนนมาได้ประมาณ 15,000 คะแนน และแลกเป็นเงินสดมา 150 USD (ประมาณ 5,300 บาท) โอนเข้าบัญชีเทรดได้จริง ไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน
ความคิดเห็น: โบนัสและโปรโมชันของ Tickmill เป็นของจริง แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดและอย่าหวังว่าจะได้ในทันที
ความปลอดภัยของเงินลงทุน – สิ่งที่สำคัญที่สุด
นี่คือเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะไม่ว่าโบรกเกอร์จะดีแค่ไหน ถ้าเงินไม่ปลอดภัย ก็ไม่มีประโยชน์
การคุ้มครองเงินลูกค้า
Tickmill UK (ที่อยู่ภายใต้ FCA) มีระบบคุ้มครองเงินลูกค้าสูงสุด £85,000 (ประมาณ 3.8 ล้านบาท) ต่อราย ผ่าน Financial Services Compensation Scheme (FSCS)
นอกจากนี้ เงินของลูกค้ายังถูกเก็บแยกออกจากเงินของบริษัท (Segregated Account) ซึ่งหมายความว่าถ้าบริษัทล้ม เงินของลูกค้าจะไม่ถูกเอาไปใช้หนี้
การตรวจสอบความโปร่งใส
Tickmill เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ AIM ของลอนดอน (ชื่อ Ticker: TIM) ซึ่งหมายความว่ามีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะ คุณสามารถไปตรวจสอบงบการเงินของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์
สิ่งนี้ทำให้ผมมั่นใจว่า Tickmill ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์มั่วๆ ที่มาแล้วหายไป
เปรียบเทียบกับโบรกเกอร์อื่นที่ผมเคยใช้
ก่อนหน้านี้ผมเคยใช้โบรกเกอร์อื่นๆ ด้วย เช่น Exness, XM, และ IC Markets มาเปรียบเทียบกันดู:
Tickmill vs Exness
- Spread: Exness ชนะ (Spread แคบกว่า)
- การถอนเงิน: Exness ชนะ (ถอนได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง)
- ใบอนุญาต: Tickmill ชนะ (มี FCA ของสหราชอาณาจักรซึ่งเข้มงวดกว่า)
- การเทรด Crypto: Tickmill ชนะ (ไม่มีค่า Swap)
Tickmill vs XM
- โบนัส: XM ชนะ (มีโบนัสและโปรโมชันเยอะกว่าและง่ายกว่า)
- ใบอนุญาต: Tickmill ชนะ (น่าเชื่อถือกว่า)
- สินทรัพย์ให้เทรด: เสมอกัน (ทั้งสองมีครบ)
Tickmill vs IC Markets
- Spread: IC Markets ชนะ (Spread แคบกว่าเล็กน้อย)
- เลเวอเรจ: Tickmill ชนะ (ให้ได้สูงถึง 1:1000)
- ความสะดวกสำหรับคนไทย: Tickmill ชนะ (มีเว็บไซต์ภาษาไทยและทีมงานคนไทย)
สรุป: แต่ละโบรกเกอร์มีจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง Tickmill เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยเป็นหลัก และชอบเทรด Crypto ระยะยาว
Tickmill เหมาะกับใครบ้าง (จากประสบการณ์จริง)
จากการใช้งานมาระยะหนึ่ง ผมคิดว่า Tickmill เหมาะกับ
✅ Swing Trader หรือ Position Trader – คนที่ถือ Position ข้ามวันหรือข้ามสัปดาห์ จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจาก Spread ที่กว้าง
✅ นักลงทุนที่ชอบเทรด Crypto – ถ้าคุณเทรด Bitcoin หรือ Ethereum และต้องการถือข้ามคืน การที่ไม่มีค่า Swap คือจุดเด่นใหญ่
✅ คนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย – การมีใบอนุญาต FCA และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มั่นใจได้ว่าเงินปลอดภัย
✅ เทรดเดอร์ที่ใช้ EA หรือ Trading Bot – การมี VPS ที่มี Latency ต่ำและรองรับ EA ทุกประเภท เหมาะมาก
❌ แต่อาจไม่เหมาะกับ:
- Scalper ที่เข้า-ออกบ่อยและต้องการ Spread แคบมากๆ
- คนที่มีเงินทุนน้อยกว่า 1,780 บาท
- คนที่ต้องการถอนเงินฉับไว (ภายใน 1-2 ชั่วโมง)
คำถามที่ผมเคยสงสัย (และได้คำตอบแล้ว)
1. ถ้าเทรดขาดทุนมาก บัญชีจะติดลบไหม?
คำตอบ: ไม่ครับ เพราะ Tickmill มี Negative Balance Protection คุณจะไม่เป็นหนี้โบรกเกอร์
2. ถ้าโบรกเกอร์ล้ม เงินจะหายไปด้วยไหม?
คำตอบ: เงินของลูกค้าถูกเก็บแยกออกจากเงินของบริษัท และมีประกันจาก FSCS สูงสุด £85,000 ต่อราย (สำหรับบัญชีภายใต้ FCA)
3. โบนัสถอนได้จริงไหม?
คำตอบ: ได้ครับ แต่ต้องเทรดให้ครบตามเงื่อนไข ซึ่งค่อนข้างหนักและใช้เวลานาน
4. ฝากเงินวันเสาร์-อาทิตย์ เงินเข้าไหม?
คำตอบ: เข้าครับ แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าวันธรรมดาเล็กน้อย
5. เทรด Forex กับ Tickmill ถูกกฎหมายไทยไหม?
คำตอบ: การเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ถูกกฎหมายนั้นไม่ผิดกฎหมายไทย แต่ก็ไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ ก.ล.ต. ไทย
สรุปความคิดเห็นสุดท้าย: Tickmill ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในปี 2026 ไหม?
หลังจากใช้งานมา 1 ปีกว่า คำตอบของผมคือ “ใช่” แต่มีเงื่อนไข
ข้อดีที่ชัดเจน
- ความน่าเชื่อถือสูง มีใบอนุญาตระดับ Tier 1
- เหมาะกับคนเทรด Crypto ระยะยาว (เพราะไม่มีค่า Swap)
- ระบบฝากถอนรวดเร็วและไม่มีค่าธรรมเนียม
- มีเครื่องมือและฟีเจอร์ครบครัน
- เว็บไซต์และซัพพอร์ตเป็นภาษาไทย
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ:
- Spread Forex และทองคำค่อนข้างกว้าง ไม่เหมาะกับ Scalper
- การถอนเงินใช้เวลาประมาณ 1 วัน (ไม่เร็วเท่าบางโบรกเกอร์)
- ยอดฝากขั้นต่ำค่อนข้างสูง (3,200 บาท)
ถ้าคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเหมาะกับการเทรดระยะยาว Tickmill ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณเป็น Scalper หรือต้องการ Spread แคบมากๆ คุณอาจต้องพิจารณาโบรกเกอร์อื่นเพิ่มเติม
คะแนนจากผม: 8.5/10
ผมจะใช้ Tickmill ต่อไปไหม? ใช่ครับ โดยเฉพาะสำหรับการเทรด Bitcoin และ Swing Trading Forex แต่ถ้าจะ Scalping ผมจะใช้โบรกเกอร์อื่นที่ Spread แคบกว่า
บทความนี้เขียนจากประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้เขียน ณ เดือนมกราคม 2026 ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของโบรกเกอร์ ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Tickmill ก่อนตัดสินใจลงทุน

FOREXDUCK (นามปากกา) นักเขียนของเรามีประสบการณ์การเงินการลงทุนกว่า 10 ปี มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาด Forex และคริปโต โดยเฉพาะการวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงเทคนิคต่าง