มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนความเป็นจริงหรือแค่ “ฟองสบู่แห่งความกลัว”?

IUX Markets Bonus

ราคาทองคำโลกพุ่งทะลุ $4,200 ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และในประเทศไทย ทองคำแท่ง 96.5% ขายออกแตะ บาทละ 64,000 บาท (รูปพรรณ 64,800 บาท) หลังปรับขึ้นทีเดียว 400 บาทในเช้าวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 หลายคนถามว่า “แพงขนาดนี้แล้วยังคุ้มไหม?” หรือว่าราคานี้กำลังสะท้อน “ความจริง” ของโลกยุคนี้จริง ๆ?

มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนความเป็นจริงหรือแค่ “ฟองสบู่แห่งความกลัว”
มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนความเป็นจริงหรือแค่ “ฟองสบู่แห่งความกลัว”

1.    มูลค่าพื้นฐาน (Intrinsic Value) ของทองคำคืออะไร?

มูลค่าพื้นฐาน (Intrinsic Value) ของทองคำคืออะไร
มูลค่าพื้นฐาน (Intrinsic Value) ของทองคำคืออะไร

ทองคำต่างจากสินทรัพย์ลงทุนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมัน ไม่มีกระแสเงินสด (cash flow) ไม่จ่ายดอกเบี้ย ไม่จ่ายปันผล ไม่จ่ายค่าเช่า ไม่มีกำไรบริษัทหนุนหลังเหมือนหุ้น ไม่มีรายได้จากผู้เช่าเหมือนอสังหาฯ

ดังนั้น การคำนวณ “มูลค่าพื้นฐาน” ของมันจึงไม่สามารถใช้สูตร DCF (Discounted Cash Flow) แบบสินทรัพย์ทั่วไปได้เลย มูลค่าพื้นฐานของทองคำจึงมาจาก 4 ส่วนหลักที่ “จับต้องได้จริง” เท่านั้น

1.1 ต้นทุนการผลิต (Marginal Cost of Production) – นี่คือ “พื้น” ที่แท้จริงที่สุด ปัจจุบัน (ข้อมูล Q3/2025) ต้นทุนเฉลี่ย All-in Sustaining Cost (AISC) ของอุตสาหกรรมเหมืองทองทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ $1,350–$1,520 ต่อออนซ์ (ข้อมูลจาก World Gold Council และบริษัทเหมืองใหญ่ ๆ เช่น Newmont, Barrick, Agnico Eagle)

  • เหมืองเกรดสูง (เช่นในเนวาดา หรือออสเตรเลีย) ต้นทุนต่ำสุดราว $900–$1,100
  • เหมืองเกรดต่ำ (แอฟริกาใต้, อินโดนีเซีย) สูงถึง $1,800–$2,200
  • ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมจริง ≈ $1,450 (ปี 2025)

หมายความว่า ถ้าราคาทองคำต่ำกว่านี้เป็นเวลานาน เหมืองส่วนใหญ่จะขาดทุนหนัก → ลดการผลิต → supply ลดลง → ราคากลับขึ้นมาเอง นี่คือเหตุผลที่ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำไม่เคยต่ำกว่า $1,200 นาน ๆ เพราะต่ำกว่านี้เหมืองเจ๊งหมด

ดังนั้น มูลค่าพื้นฐานส่วนแรก = $1,450–$1,520 (ราคาที่เหมืองยังมีกำไรพออยู่ได้)

 YWO Promotion

1.2 การใช้งานจริงในอุตสาหกรรมและเครื่องประดับ (Real World Utility) ประมาณ 60% ของ demand ทองคำทั้งโลกมาจากส่วนนี้ (ข้อมูลปี 2024–2025)

  • เครื่องประดับ ≈ 48–50% (อินเดีย จีน ตะวันออกกลาง เป็นผู้ซื้อหลัก)
  • อุตสาหกรรม/เทคโนโลยี ≈ 8–10% (อิเล็กทรอนิกส์, การแพทย์, อวกาศ – ทองคำนำไฟฟ้าได้ดีมากและไม่เป็นสนิม)
  • การแพทย์ (ทันตกรรม) ≈ 1–2%

ถ้าคิดราคาทองคำจาก “มูลค่าการใช้งานจริง” ล้วน ๆ (แบบ commodity ทั่วไป) ราคาควรอยู่แค่ประมาณ $1,800–$2,200 เท่านั้น (เพราะ demand ส่วนนี้เติบโตช้า ๆ ปีละ 1–2% เท่านั้น)

1.3 Stock-to-Flow Ratio (อัตราส่วนสต็อกต่อการไหลเข้าสู่ตลาดใหม่) โมเดลที่นักวิเคราะห์หลายคน (โดยเฉพาะ PlanB) ใช้เปรียบเทียบกับ Bitcoin

  • ปัจจุบันมีทองคำที่ขุดออกมาแล้วทั้งหมด ≈ 212,000 ตัน
  • การขุดใหม่ต่อปี ≈ 3,300–3,400 ตัน (ปี 2025)
  • Stock-to-Flow ≈ 62–64 ปี (หมายความต้องขุดอีก 62 ปีถึงจะได้เท่ากับสต็อกที่มีอยู่แล้ว)

โมเดลนี้บอกว่าราคาทองคำ “ควรจะอยู่” ที่ประมาณ $2,000–$2,500 ถ้าเทียบกับ S2F ของสินทรัพย์อื่น ๆ (เงิน ≈ 22, ทองคำสูงกว่ามากจึงควรแพงกว่า)

1.4 Monetary Premium (ค่าเงินที่แท้จริง) – ส่วนที่ “ไม่มีตัวเลขตายตัว” นี่คือส่วนที่เหลือทั้งหมด ที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งไป $4,200+ ในวันนี้

  • การเป็น “เงินที่แท้จริง” มานาน 5,000 ปี
  • การเก็บรักษาความมั่งคั่งในยามวิกฤต
  • การป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อและการล้มสลายของเงินกระดาษ
  • การซื้อของธนาคารกลาง (ปี 2024–2025 ซื้อสุทธิมากกว่า 1,000 ตันต่อปี)

ส่วนนี้ไม่มีสูตรคำนวณตายตัว แต่ในอดีตเคยสูงสุดถึง 300–400% เหนือต้นทุนการผลิต (เช่นปี 1980 ราคา $850 ขณะที่ต้นทุนผลิตแค่ $100–$200)

สรุปมูลค่าพื้นฐานของทองคำแบบ “จับต้องได้จริง” (ข้อ 1.1–1.3) = ประมาณ $1,800–$2,500 ต่อออนซ์ ที่เหลืออีก $1,700–$2,400 ที่ราคาวิ่งไป $4,200+ คือ Monetary + Fear Premium ล้วน ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ “เปราะบาง” ที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับอารมณ์ตลาดและความเชื่อมั่นในระบบการเงินโลกเท่านั้น

 

2.    ราคาปัจจุบันเมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อ = แพงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ราคาปัจจุบันเมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อ = แพงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ราคาปัจจุบันเมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อ = แพงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ถ้าปรับราคาทองคำด้วยเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI):

  • จุดสูงสุดเดิมคือเดือนมกราคม 1980 → ≈ $3,400–$3,500 (เงินดอลลาร์ปี 2025)
  • ปี 2011 สูงสุด ≈ $2,800 (ปรับเงินเฟ้อแล้ว)
  • เมษายน 2025 ≈ $3,500 (ทำสถิติใหม่)
  • พฤศจิกายน 2025 → เกิน $4,200 (ปรับเงินเฟ้อแล้วสูงกว่าจุดสูงสุด 1980 ราว 20–25%)

นี่คือการทำ All-time high ที่แท้จริง (real price) ไม่ใช่แค่ nominal

 

3.    อัตราส่วน Dow Jones to Gold (ดาวโจนส์ต่อทองคำ 1 ออนซ์)

อัตราส่วน Dow Jones to Gold (ดาวโจนส์ต่อทองคำ 1 ออนซ์)
อัตราส่วน Dow Jones to Gold (ดาวโจนส์ต่อทองคำ 1 ออนซ์)

ตัวชี้วัดคลาสสิกที่นักลงทุนระยะยาวชอบใช้:

  • ค่าเฉลี่ยระยะยาว 100 ปี ≈ 15–20
  • ปี 1999 (จุดสูงสุดของหุ้น) = 44 (ทองถูกสุด)
  • ปี 1980 และ 2011 (จุดสูงสุดของทอง) ≈ 1–2
  • ปัจจุบัน (พ.ย. 2568) ≈ 11.4–11.5

หมายความว่า ต้องใช้ดาวโจนส์แค่ 11.5 จุด ซื้อทองคำ 1 ออนซ์ได้ (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก) แสดงว่าทองคำ “แพง” เมื่อเทียบกับหุ้นสหรัฐฯ หรือพูดอีกอย่างคือ หุ้นสหรัฐฯ ยัง “ถูก” อยู่เมื่อเทียบกับทอง

 

4.    แล้วอะไรที่ทำให้ราคาพุ่งขนาดนี้ในปี 2568?

แล้วอะไรที่ทำให้ราคาพุ่งขนาดนี้ในปี 2568
แล้วอะไรที่ทำให้ราคาพุ่งขนาดนี้ในปี 2568

เหตุผลที่ตลาดยอมจ่าย premium สูงขนาดนี้ มีน้ำหนักจริง:

  1. ธนาคารกลางซื้อสุทธิมากเป็นประวัติการณ์ (De-dollarization play)
  2. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูงต่อเนื่อง (ยูเครน ตะวันออกกลาง ไต้หวัน ความตึงเครียดจีน-สหรัฐฯ)
  3. Trump กลับมาประธานาธิบดี → นโยบาย tariff สูง + การคลังแบบขาดดุลหนัก → เงินเฟ้อมีโอกาสกลับมาแรง
  4. ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากหนี้สหรัฐฯ ที่พุ่งไม่หยุด (ดัชนี DXY ลดลงกว่า 10% จากจุดสูงสุดปี 2022)
  5. Real Yield พันธบัตรสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อที่แท้จริง

 

สรุป: ราคาทองคำปัจจุบันสะท้อน “ความจริงของยุคสมัย” มากกว่า “มูลค่าพื้นฐาน”

  • ถ้าวัดด้วยต้นทุนการผลิต + การใช้งานจริง →แพงเกินเหตุมาก (overvalued 120–180%)
  • แต่ถ้าวัดด้วย “ความกลัว + De-dollarization + การซื้อของธนาคารกลาง” →ราคานี้สมเหตุสมผล และอาจยังไปต่อได้อีก
1 มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนค
1 มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนค

ทองคำปี 2568 ไม่ใช่การลงทุนเพื่อ “ผลตอบแทน” แบบหุ้นหรืออสังหาฯ แต่มันคือ “ประกันภัยความเสี่ยงของระบบ” ที่โลกกำลังจ่ายเบี้ยประกันแพงที่สุดในรอบ 45 ปี

และถ้าคุณอยากเทรดทองแบบ CFD (XAUUSD) เพื่อเก็งกำไรสั้น-กลาง โดยไม่ต้องถือทองจริงเลย โบรกเกอร์ที่เหมาะที่สุดและดีที่สุดในปี 2568 สำหรับนักเทรดไทยคือ IUX ครับ

เหตุผลที่ผมยกให้ IUX เป็นอันดับ 1 ตัวจริงสำหรับการเทรดทอง:

  • ต้นทุนถูกที่สุดตัวหนึ่งในตลาดจริงๆ → บัญชี Raw spread เริ่ม 0 pips + commission แค่ $7 round-turn ทำให้ต้นทุนเทรด XAUUSD ต่ำมาก แม้ตอนข่าว spread แทบไม่บาน
  • มีบัญชีครบทุกสไตล์: Standard (ฝากขั้นต่ำ $10 + bonus 35%), Standard+, Raw (ต้นทุนต่ำสุด), Pro
  • ดีสำหรับมือใหม่สุดๆ: เริ่มต้นแค่ $10, มี Demo ไม่จำกัด, Support ไทย 24/7, ถอนไวมาก, Execution เร็วสุด ๆ เหมาะ scalping ทองตอนข่าว
2มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนค
2มูลค่าพื้นฐานของทองคำ vs ราคาทองคำ สะท้อนค

ผมเห็นนักเทรดทองไทยย้ายมา IUX กันเกือบหมดแล้ว เพราะถูกกว่า + เสถียรกว่าชัดเจน ทองคำไม่ได้ “โกหก” หรอกครับ มันแค่กำลังบอกเราว่า โลกในปี 2025–2026 “น่ากลัว” ขนาดไหนเท่านั้นเอง

 Exness Promotion
PNFPB Install PWA using share icon

For IOS and IPAD browsers, Install PWA using add to home screen in ios safari browser or add to dock option in macos safari browser