MM Forex คือ สูตร money managment มีกี่แบบ mm forex หุ้น

MM คือ Money Management ใน Forex หมายถึง การบริหารจัดการเงินที่ใช้ในการลงทุน เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในการทำกำไรสูงสุด การจัดการการเงิน หรือ mm เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการการลงทุนสมัยใหม่ โดยเฉพาะตลาด Forex เพื่อที่จะทำให้กำไรได้จำนวนมากและไม่เกิดการล้างพอร์ต

1 Money Managment คืออะไร

ที่มาของภาพ

MM คือ

MM มีชื่อเต็มว่า Money Managment นำเสนอในหนังสือของ Alexander Elder เรื่อง 3 M ประกอบไปด้วย Method Money Mindset ซึ่งเป็นส่วนประกอบของการเทรด Forex ให้สำเร็จ การบริหารเงินสำหรับการเทรด Forex จึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับมืออาชีพในการเป็นนักเทรด Forex ซึ่งมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ส่วนประกอบของ MM ในเนื้อหาต่อไปนี้

MM มีเนื้อหากี่แบบ

MM ถูกแบ่งเนื้อหาเป็นสองส่วน คือ การบริหารเงินที่ใช้ในการลงทุนอย่างที่กล่าวไว้ตอนนต้น จะเกี่ยวข้องกับขนาดของการส่งคำสั่ง การคำนวณ Lot ในการเทรด และรูปแบบการบริหารหพอร์ตลงทุน ฉะนั้น MM จึงมี 2 แบบดังนี้

  1. ขนาด Lot ในการส่งคำสั่ง
  2. รูปแบบการส่ง Lot ต่าง ๆ

ขนาด Lot ในการส่งคำสั่ง Forex หุ้นตาม MM

สำหรับขนาด Lot เราจะพูดถึง การจัดการเงิน ลงทุน ขนาด Lot กำหนดจุดเสี่ยง โดยพูดถึงขนาดความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ในการส่งคำสั่ง

Money management วางแผนการบริหารเงินลงทุน

การบริหารจัดการเงินลงทุนหรือ Money managment จำเป็นต้องคำนึงถึงการวางแผนเทรด Forex ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายละเอียด ดังนี้

  • วางแผนว่าจะเทรดวันละ/สัปดาห์ละ กี่ครั้ง
  • จำนวนเงินฝากเข้า Balance เช่น มีเงิน 2,000 USD ฝากเข้าเทรด Forex 1,000 USD เป็นต้น
  • การใช้ขนาด Lot แบ่งเป็น Standard Lot, Mini Lot, และ Micro Lot
  • การใช้ Leverage เช่น บางคนใช้ 1:100 1:500 หรือ 1:1000 เป็นต้น
  • เงินวางประกันเปิดออเดอร์ Margin จะสอดคล้องกับ Lot และ Leverage ที่ใช้
  • การกำหนดจุด Take Profit คือ การกำหนดกำไรในแต่ละครั้ง เช่น ได้เงิน 1% คือจบการเทรดในวันนั้น
  • การกำหนดจุด Stop loss คือ การกำหนดขาดทุนที่ยอมรับได้ เช่น ขาดทุน 1% คือจบการเทรดในวันนั้น
  • ทำตามแผนการเทรดอย่างมีวินัย และหลีกเลี่ยงความโลภหรือความกลัวเข้าครอบงำ

ตัวอย่าง MM ในการเทรด Forex

นี่เป็นตัวอย่างของการใช้ MM ในการจัดการเงินลงทุน ในตลาด Forex เพื่อให้การเทรด Forex ของนักเทรดทรงประสิทธิภาพและมีกำไร และป้องกันการขาดทุนทั้งพอร์ต โดจะต้องทำการกำหนดเงื่อนไขของการลงทุน หรือบางคนอาจจะเรียกว่า สูตร money management ดังนี้

  • Balance 1,000 USD
  • Lot Size 0.1
  • กำหนดจุดกำไร ที่ 1%
  • กำหนดจุด Stop loss ที่ 1%
  • ส่ง Buy คู่เงิน EUR/USD ที่ราคา 1.0089 USD
  • ปิดออเดอร์ เมื่อ Equity = 1,010 USD หรือ Equity = 990 USD

การคำนวณ Lot โดยใช้ MM

ตัวเลือกสำหรับคนที่ขี้เกียจคำนวณ เราออกแบบการคำนวณ MM ตามความเสี่ยงให้ใช้ จะมาคำนวณ ที่นี่ หรือไปคำนวณ ที่แถบด้านข้างของหน้าเว็บเราก็ได้ มีโปรแกรมคำนวณให้ค่ะ

[CP_CALCULATED_FIELDS id=”6″ ]

ข้อดีของ MM

การจัดการและการวางแผนจัดการเงินลงทุน ถือเป็นทฤษฎีการลงทุนสมัยใหม่ เพื่อใช้สร้าง Portfolio ในการลงทุน ซึ่งเป็นที่กล่าวถึงในการบริหารจัดการการลงทุน ความจำเป็นและสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Money managment มีดังต่อไปนี้

  • ลดความเสี่ยงที่จะล้างพอร์ต
  • การกำหนดกำไร ที่ต้องการ/ขาดทุน ที่รับได้ เป็นการตั้งเป้าหมายระยะสั้น เพื่อเป้าหมายระยะยาว
  • เมื่อกำไรถึงจุดที่วางแผนไว้ แล้วทำตามแผนทันที คือ หยุดเทรด ลดโอกาสการเสียกำไรจากการขาดทุน
  • เมื่อขาดทุนถึงจุดที่รับได้ แล้วหยุดการเทรดตามแผนเพื่อทบทวนการวิเคราะห์ของตนเอง ทำให้ไม่ขาดทุนเพิ่มจากการขาดสติ อยากได้เงินคืน
  • เทรดเดอร์จะระมัดระวังการใช้ Lot และ Leverage ใช้ข้อดี และระวังข้อเสีย เมื่อวางแผนทางการเงิน
  • เมื่อมีแผนและทำตามแผน มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการเทรด

รูปแบบการบริหารพอร์ตลงทุน หรือ รูปแบบ MM

รูปแบบการบริหารพอร์ตลงทุนที่ดีที่สุดคือ Kelly Formular อย่างไรก็ตาม Kelly Formular ไม่ได้เป็นรูปแบบเดียว ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักกับรูปแบบการจัดการเงิน Moneymanagement แบบอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

รูปแบบทั้ง 4 ของ Money Managment

รูปแบบทั้ง 4 ของ MM จะขึ้นอยู่กับ ความเสี่ยงและการต้องการผลตอบแทน การออกแบบพอร์ตลงทุนให้สามารถเติบโตได้สูงสุดภายใต้ความเสี่ยงต่ำสุด ซึ่งการกำหนดดังกล่าวแล้วแต่กการกำหนดระดับความเสี่ยงของแต่ละคน

การกำหนด Position Sizing

สำหรับการแบ่งนี้ปรากฏตามหนังสือ Money Management หลายเล่ม ได้แก่

  1. Fixed Lot หรือ Lot คงที่
  2. Martingale
  3. Fixed Ratio
  4. Kelly Formula

แบบ Lot คงที่หรือ Fixed Lot

2 แบบ Lot คงที่หรือ Fixed Lot

Fixed Lot ช่วงแรกคือ จะเพิ่มเร็วมาก หลังจากนั้น พอเงินจำนวนมาก มันจะเพิ่มช้า แต่ว่าในช่วงแรกความเสี่ยงก็จะมากเช่นเดียวกัน

 

แบบ Martingale และ anti martingale
3 แบบ Martingale และ anti martingale

การบริหารแบบ Martingale คือการเทรดแบบ เบิ้ล lot ท้ายที่สุดจะขาดทุนจนหมด เพราะว่ามันเป็นหลักากรเทรดแบบการพนัน ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า แม้ว่าจะไม่ได้เกิดบ่อย แต่พอเกิดเรากลับสูญเงินทั้งหมด

สัดส่วน lot คงที่ เป็น % (Fixed Fractional managment)

3 สัดส่วน lot คงที่ เป็น % (Fixed Fractional managment)

Fixed fraction มีข้อดีข้อเสีย ดังต่อไปนี้

ข้อดีของ Fix Fractional

  • เสี่ยงน้อย ไม่เสี่ยงมาก
  • เสี่ยงน้อยกว่า ลอทคงที่มาก
  • แต่ว่าเติบโตเร็วกว่า lot คงที่
  • เสี่ยงน้อยกว่า Fix Ratio มาก

ข้อเสียของ Fix Fractional

  • เติบโตช้ากว่า Fix Ratio

แบบสัดส่วน lot เป็นช่วง % (Fixed Ratio Managment)

4 แบบสัดส่วน lot เป็นช่วง % (Fixed Ratio Managment)

Fixed Ratio คือ การเอาอะไรสักอย่างหนึ่ง หารด้วยเงินในบัญชี ให้ได้ Lot มา ส่วนมากใช้ในการเทรดที่มี leverage

Fixed Ratio จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เวลาขาดทุนก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการเทรด Forex

 

Kelly % Formular

Kelly Formular คือการเทรดแบบ ถ้าชนะเยอะก็เทรด lot เพิ่ม และถ้าเริ่มขาดทุนก็ลด Lot

  • นี่ถือว่าเป็นการจัดการ Lot ที่ดีที่สุด
  • นี่ถือว่าเป็นการจัดการ Lot ที่เรียกว่า เป็นที่นิยมที่สุด
  • จะขึ้นอยู่กับ % win ของการเทรดล้วน ๆ
  • เวลาขาดทุนก็จะขาดทุนน้อยลง กรณีที่ขาดทุนติด ๆ กัน แต่เวลากำไรติด ๆ กันก็จะกำไรโตอย่างรวดเร็ว

Money Management แบบไหนดี

5 Money Management แบบไหนดี

แล้วถ้าเปรียบเทียบทั้งหมดแบบไหนดี เรามาดูกันว่าแต่ละอันที่มี ซึ่งมีการเปรียบเทียบมากกว่าที่เรามี 4 แบบ

แต่เป็นการเปรียบเทียบกับทุกรูปแบบที่มีในตลาดเช่น

  • แบบดั้งเดิม
  • ลอทคงที่
  • kelly %
  • Fixed %
  • Fixed Ratio
  • Fixed Fractional
  • Martingale

จะเห็นว่า ตัวที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ Kelly % นั่นเอง

รองลงมา คือ Fix Fractional และ Fixed Ratio ตามลำดับ หลังจากนั้น Fixed Lot ซึ่งเอาจริง ๆ Martingale แทบจะรั้งท้ายเลยก็ว่าได้ เพราะว่า ต้องลด Lot ให้เหลือน้อยมาก ๆ ไม่งั้นมันไม่รอด

สำหรับใครที่ต้องการโหลด Excel ของตาราง MM สามารถโหลดได้จาก โพสต์นี้

ตาราง Moneymanagment